Storytelling For Coach เล่าเรื่องอย่างไรให้ได้เรื่อง โดยศศิมา สุขสว่าง

Storytelling For Coach เล่าเรื่องอย่างไรให้ได้เรื่อง

My Journey วันนี้ของผู้เขียนจะมาเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปงานรวมพลคนไทยโค้ช ครั้งที่ 1 ตอน Storytelling for coaches เล่าอย่างไรให้ได้เรื่อง

 

ผู้เขียนเป็นนักเรียนโค้ชรุ่นที่ 4 (TC4) ของสมาคมการโค้ชวิถีไทยเมื่อหลายปีก่อน   ปัจจุบันได้มีอาชีพเป็นโค้ช  ณ ที่แห่งนี้ ผู้เขียนได้เรียนรู้เรื่องการโค้ช และทักษะการโค้ช (Coaching skill) จากสมาคมนี้เป็นที่แรก จนประทับใจ ไปต่อยอดเรียนต่อกับอีกหลายสถาบันฯ

รวมพลคนไทยโค้ช ครั้งที่ 1 ตอน "Storytelling for coaches เล่าอย่างไรให้ได้เรื่อง" จัดที่โรงแรมจัสมิน ซิตี้ สุขุมวิท 23 เมื่อวันเสาร์ที่ 11 มิย. 2559

 

วิทยากรหลักที่มาเป็นผู้แบ่งปัน คือโค้ชอภิวุฒิ. พิมลแสงสุริยา โค้ชต้นแบบไทยโค้ช และกรรมการบริหารสลิงช้อท กรุ๊ป ในช่วงเช้าและบ่ายตอนท้าย มีการโค้ชผู้ที่อาสาไปเป็นผู้เล่าเรื่องให้ฟัง ส่วนในช่วงบ่ายตอนต้น ท่าน ศ.ภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ บรมครูไทยโค้ชของเรา มาแลกเปลี่ยนด้วย

ได้เรื่องได้ราวมาฝากมากมาย เช่น


- การโค้ช นอกจากทักษะการถาม ทักษะการฟัง ทักษะการพูด feedback และการใช้เครื่องมือต่างๆแล้ว การเล่าเรื่อง หรือ storytelling จะสามารถช่วย inspire ให้โค้ชชี่ได้


- ครู คนแรกที่สอนการเล่าเรื่องคือ (The first storytelling teacher) คือ อริสโตเติล Aristotle โดยมีจังหวะของการเล่าเรื่องที่สนุกคือ ต้องเดินเรื่องด้วย 4 ขั้นตอนคือ ระทม (Suffering) , รันทด (Struggling),ระทึก (Turning), รอดทุกข์ (Happy ending) 


-หัดเล่าเรื่องใหม่ๆ เริ่มโดยเล่านิทานให้ลูกฟังก็ได้ เล่าให้สนุก


- ฝึกเล่าเรื่องให้สนุก ต้องรู้เรื่องจังหวะ ตอนไหนกำลังจะเป็นจุดไคลแม็กซ์ ให้หยุดนิดนึง เหมือนละครจุดพีค ตัดเข้าโฆษณา


- เรื่องที่เล่ามาจากประสบการณ์ตรงของเรา เรื่องของคนอื่นเล่า หรือจากแหล่งอื่นๆ เช่น หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เนต แต่เรื่องที่ไม่ใช่ของเราให้บอกว่า เรื่องนี้อ่านมาจากหนังสือ หรือคนอื่นแต่อาจจะไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน แต่ไม่ควรบอกว่าเป็นของเราถ้าเรื่องนั้นไม่ได้มาจากเราจริงๆ


- มือใหม่ฝึกเล่าเรื่องให้ฝึกสัก 7-10 รอบ แล้วลองเอาไปเล่าให้เพื่อน คนรู้จักฟัง แล้ววัดผลต่อ ถ้าเพื่อนมองหน้าแล้วถามว่า " แล้วไง... " หรือภาษาวัยรุ่น " เล่าเพื่อ......." อันนี้ต้องปรับปรุง แต่ถ้าเพื่อนถามว่า " แล้วไงต่อ...." อันนี้เริ่มใช้ได้ ให้เอาเรื่องนี้หยอดใส่โหล รอเอาใช้งานได้เลย (ยกตัวอย่าง โน้ตอุดม)


- เรื่องเล่าประกอบการโค้ช หรือประกอบงานวิทยากร ใช้เวลาเล่าสักประมาณ 2-3 นาทีต่อเรื่องกำลังดี


- คนที่เก่ง มักจะไม่เข้าใจว่าคนไม่เก่ง ไม่เก่งได้ไง เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลว่าเราไม่เก่ง แล้วจะเล่าไม่ได้


- เมื่อไม่พร้อม ให้เริ่มเลย


- เวลาเล่าเรื่อง เราต้องสนุกด้วยในการเล่าเรื่อง แต่เล่าเสร็จแล้ว ไม่ต้องถามคนฟังว่าสนุกไหม ให้เป็นภาระหน้าที่ของคนฟัง เหมือนใส่บาตร ไม่ต้องไปถามพระว่าฉันหรือยัง อร่อยไหม 5555


ลองเอาไปใช้ดูนะคะ ที่สำคัญคือ เมื่อไม่พร้อม ให้เริ่มเลย ฝึกเลย ค่ะ

 

.....................................................


ศศิมา สุขสว่าง จบการศึกษาปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก Dresden University of Technology (https://tu-dresden.de) ประเทศเยอรมนี  ทำงานด้าน  Research & Development Engineer มาโดยตลอด และเป็นผู้ก่อตั้งและบริหารศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ขององค์กรอิสระแห่งหนึ่ง  ได้รับการอบรมด้านโค้ชทั้ง Mindfulness Coaching, Life Coach , Talent Coach และ NLP Coaching จากสถาบันสอนการโค้ชที่ได้รับการรับรองระดับสากล ปัจจุบันศศิมาเป็น วิทยากร ที่ปรึกษา และ Innovation Coach ที่มีความสุขและมุ่งมั่นที่แบ่งปันเรื่องพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างคุณค่าให้ผู้คน โดยยึดหลัก 3Fs - Fun (สนุก) -Full (เต็มไปด้วยสาระ) - Friend (มิตรภาพการทำงานเป็น Team Work)

...........................................

ติดตามข่าว เรื่องความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และแลกเปลี่ยนเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรม หรือติดต่อวิทยากรอบรม In-House training หลักสูตรความคิดสร้างสรรค์  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรม (Product Development and Innovation) ได้ที่

ศศิมา สุขสว่าง (เก๋)

E-mail : sasimasuk.com@gmail.com

Website : www.sasimasuk.com

line ID : sasimasuk.com (ติดต่อทางนี้สะดวกสุดค่ะ)

Facebook : https://www.facebook.com/CreativetoInnovation

Tel. : 081-560-9994 (โทรกลับเฉพาะเบอร์มือถือนะคะ)

Visitors: 24,078