จะเริ่มโค้ช (Coaching) ทีมงานทำอย่างไร โดยศศิมา สุขสว่าง


หลายคนเมื่อได้เรียนรู้เรื่องโค้ชไปแล้ว    สิ่งที่อ.เก๋มักจะแนะนำผู้ที่เข้าสัมมนาเรื่อง Leader as Coach ว่า เมื่อเริ่มต้นการโค้ชทีมงานใหม่ๆ คือ ให้ใช้ทักษะการโค้ชในชีวิตประจำวันก่อน (อ่านทักษะการโค้ช กดที่นี่)  เช่น

  

 

1.เริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความไว้วางใจ สร้างศัทธากับลูกน้องก่อน ( Rapport)

การโค้ชสิ่งที่สำคัญมากๆคือ ความสัมพันธ์ที่ดี (Rapport) สร้างความไว้วางใจ เพื่อเปิดใจ ให้ได้ก่อน  หากหัวหน้ากับลูกน้องยังรู้สึกว่า ไม่ค่อยรู้จักกัน เวลาคุยถามคำตอบคำ ลูกน้องชอบรับคำสั่งมากกว่าคิดเอง อันนี้การโค้ชจะทำให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลยากค่ะ    การสร้างความสัมพันธ์ สร้างความไว้วางใจนั้น เริ่มจากการให้ก่อนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการให้ใจ ให้ความไว้วางใจ ให้พื้นที่ปลอดภัย และให้คิดเสมอว่า ทุกคนมีศักยภาพ มีความสามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้

 

(บทความนี้ อ.เก๋เขียนขึ้นเพื่อแบ่งปันความรู้ด้านการโค้ช หากนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โปรดติดต่อ อ.ศศิมา -เก๋  Tel. 081-5609994 , Email : sasimasuk.com@gmail.com)

หากความสัมพันธ์ไม่ดี ลูกน้องไม่เปิดใจ ให้กลับไปไปค้นหาก่อนว่า ปัญหาในอดีตที่เกิดขึ้นที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์คืออะไร   แล้วค่อยๆปรับพฤติกรรม เช่น 


- หัวหน้าบางคนดุมาก  เวลาลูกน้องทำผิดจะมีการตำหนิอย่างรุนแรง โดยไม่ไว้หน้า จนลูกน้องไม่กล้าที่จะกล้านำเสนออะไรใหม่ๆ หรือคิดต่างจากหัวหน้า  อยู่ในกรอบตลอดเวลา เวลามีปัญหาอะไร ถ้าไม่ปิดไว้ก็จะรอรับคำสั่งหัวหน้าเป็นส่วนใหญ่  ก็ต้องปรับตัว รับฟังให้มากขึ้น  เมื่อมีความผิดพลาดก็ให้ลูกน้องถอดบทเรียนว่าได้เรียนรู้อะไรและจะป้องกันในครั้งหน้าได้อย่างไร  หรืออย่างน้อยหากจะป้องกันความผิดพลาดก็อาจจะต้องมีการนัดรีวิวงานกันมากขึ้น ลูกน้องกล้าที่เข้าคุยเพื่อปรึกษาขอคำแนะนำมากขึ้น

 

- หรือหัวหน้าบางคนเงียบขรึมมาก  จนลูกน้องไม่เข้าใจ ไม่รู้ใจ รู้สึกห่างเหิน ก็อาจจะต้องคุยมากขึ้น หรือมีกิจกรรมกับลูกน้องเพื่อสร้างความสัมพันธ์มากขึ้น เช่น ไปทานข้าวกลางวันกันบ้าง หรือ มีชั่วโมง dialogue ให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น  ยิ้มให้มากขึ้น เป็นต้น


การโค้ช เป็นการร่วมมือกัน เป็นการเดินทางร่วมกัน ดังนั้น การสร้างความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และสร้างศัทธาจึงสำคัญ ความสัมพันธ์ไม่มา การโค้ชไม่เกิดค่ะ

 



2. เริ่มฟังอย่างโค้ชให้มากขึ้น

เวลาที่เราฟังแบบหัวหน้า เราอาจจะต้องฟังเพื่อหาประเด็นในการแก้ไขปัญหา สั่งงาน มอบหมายงาน หรือให้คำปรึกษาแนะนำ  เพื่อเราเป็นหัวหน้าในบทบาทของโค้ช โค้ชจะฟังเพื่อมองให้เห็นว่าศักยภาพของลูกน้องมีอะไรบ้าง

 

วิธีการเช่น เวลามีลูกน้องเข้ามาปรึกษาปัญหา หรือไอเดียใหม่ๆ ให้ฝึกฟังก่อน การฟังอย่างเข้าใจ และบางครั้งต้องฟังด้วยหัวใจ  อย่าเพิ่งรีบที่จะช่วยให้คำแนะนำ อย่ารีบตัดบท อย่ารีบสอน อย่าเพิ่งรีบร้อนให้คำแนะนำปรึกษา หรืออย่ารีบด่า (อันหลังนี้ หลายคนทำงานบอกมา)  ฟังแล้วสะท้อนมุมมองต่างๆ   ให้เขาเห็นมุมมองหลายๆมุม  สนับสนุน ส่งเสริม และฟังเพื่อเป็นเพื่อนชวนคิดให้อีกฝ่ายได้ตระหนักรู้ และหาแนวทางไปสู่จุดหมายได้ด้วยตัวเขาเอง

 

 

3. ถามคำถามปลายเปิด หรือถามคำถามเชิงบวกมากขึ้น

เช่นเดียวกันกับการฟัง จากเดิมที่เคยสั่งงาน หรือมอบหมายหมายงาน หรือให้คำแนะนำทีมงาน เมื่อเขามีปัญหาและเข้ามาขอคำปรึกษา ก่อนที่จะให้คำปรึกษาหรือบอกวิธีการแก้ไข ให้หัวหน้า ใช้คำถามถามก่อน ตย. เช่น

- ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง ในความเห็นของคุณเอ (นามสมมุติ)

- มีวิธีการอะไรบ้างที่แก้ไขปัญหานี้

- ผลลัพธ์ที่เราอยากจะได้หลังจากแก้ไขปัญหาแล้วคืออะไร

- อะไรคืออุปสรรคที่จะเกิดขึ้น

 

(บทความนี้ อ.เก๋เขียนขึ้นเพื่อแบ่งปันความรู้ด้านการโค้ช หากนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โปรดติดต่อ อ.ศศิมา -เก๋  Tel. 081-5609994 , Email : sasimasuk.com@gmail.com)              

พยายามหลีกเลี่ยงคำถามปลายปิด เช่น  เราแก้ปัญหาด้ยวิธีการ A หรือวิธีการ B ดี  คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่ลูกน้องตอบยาก  เพราะส่วนใหญ่จะตอบว่า วิธีการ หรือไม่ก็ตอบว่า วิธีการ B หรือไม่ก็ตอบว่า แล้วแต่พี่  (ลูกน้องก็อยู่เป็นหรือไม่อยากขัดแย้งกับหัวหน้าเช่นกัน)

 

 

ที่สำคัญคือ ถ้าเราจะเป็นโค้ชที่ดีได้ ต้อง ฝึก ฝึก ฝึก และลงมือทำค่ะ   ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูนะคะ เริ่มง่ายๆ จากการใช้ทักษะการโค้ชก่อนในชีวิตประจำวันในการทำงานค่ะ ถ้าคล่องแล้ว ค่อยเริ่มโค้ชอย่างจริงๆจังค่ะ

 

 

อ.เก๋หวังว่า บทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่อยากนำทักษะการโค้ชไปโค้ชในลูกน้อง เพื่อพัฒนาและดึงศักยภาพของลูกน้องนะคะ เนื้อหาในบทความนี้ ถ่ายทอดออกมาจากประสบการณ์ หลังจากที่อ.เก๋ ได้ไปเรียนเรื่องการโค้ชกับสถาบันที่สอนการโค้ชในระดับสากล (อ่านบทความ อ.เก๋เรียนโค้ชที่ไหนบ้าง กดที่นี่)  แล้วนำมาใช้ในชีวิตประจำวันขณะที่ทำงานประจำ เป็นผู้จัดการศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์กว่า 7 ปี  ซึ่งได้ผลดี  จนในปัจจุบันนี้ อ.เก๋เป็นที่ปรึกษา วิทยากร และโค้ชในด้านการพัฒนานวัตกรรมและพัฒนาองค์กรและเปิดบริษัทเป็นของตัวเองแล้วค่ะ

 

.....................................................

ศศิมา สุขสว่าง จบการศึกษาปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก Dresden University of Technology (https://tu-dresden.de) ประเทศเยอรมนี  ทำงานด้าน  Research & Development Engineer มาโดยตลอด และเป็นผู้ก่อตั้งและบริหารศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ขององค์กรอิสระแห่งหนึ่ง  ได้รับการอบรมด้านโค้ชทั้ง Mindfulness Coaching, Life Coach , Talent Coach และ NLP Coaching จากสถาบันสอนการโค้ชที่ได้รับการรับรองระดับสากล ปัจจุบันศศิมาเป็น วิทยากร ที่ปรึกษา และ Innovation Coach ที่มีความสุขและมุ่งมั่นที่แบ่งปันเรื่องพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างคุณค่าให้ผู้คน โดยยึดหลัก 3Fs - Fun (สนุก) -Full (เต็มไปด้วยสาระ) - Friend (มิตรภาพการทำงานเป็น Team Work)

...........................................

ติดตามข่าวหรือติดต่อวิทยากรอบรม In-House training  ได้ที่

ศศิมา สุขสว่าง (เก๋)

E-mail : sasimasuk.com@gmail.com

Website : www.sasimasuk.com

line ID : sasimasuk.com 

Facebook : https://www.facebook.com/CreativetoInnovation

Tel. : 081-560-9994 (โทรกลับเฉพาะเบอร์มือถือนะคะ)

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 84,152