Lecture at TU Dresden,Germany มื่อไปเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยที่จบมาที่ประเทศเยอรมนี

เมื่อต้นเมษายน 2559  ผู้เขียนได้จดหมายเชิญทางอีเมล์จากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยที่ เยอรมนี The Technische Universität Dresden (TUD) ที่ผู้เขียนเรียนจบระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์มา  ทางอาจารย์ติดต่อมาให้ไปพูด เล่าให้น้องๆฟังหน่อยว่า หลังจากที่เรียนจบมา กลับมาเมืองไทย แล้วได้ทำอะไรบ้าง อาจารย์ให้โจทย์มาแค่ มีคนฟัง 20 คน มีเวลาให้ 90 นาทีและให้ตั๋วเครื่องบินไปกลับ 


วันที่สัมนา คือ 4 พฤษภาคม 2559  ก่อนเล็คเชอร์ให้น้องๆ ก้อไปเจอโปรเฟสเซอร์ อาจารย์ เพื่อนฝูง คุยมีความสุข สนุกสนาน อาจารย์บอกว่าให้เล็คเชอร์ 2 ภาษานะ เพราะมีหลายๆท่านอยากฟัง แต่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ ผู้เขียนได้ปรับหน้างานนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษและเยอรมันผสมกัน


ก่อนจบ สุดท้ายมี workshop ให้น้องๆทั้งเยอรมันและต่างชาติทุกคน ได้แชร์ คนที่เข้าฟังเป็นนักศึกษาต่างชาติ อาจารย์. นักวิจัย คนเยอรมัน กว่า 30 คน อาจารย์หลายๆท่านที่เคยสอนผู้เขียนก็มานั่งฟังและให้กำลังใจด้วย มาดูความสำเร็จ ความสุขของลูกศิษย์ หน้าตาอิ่มเอมกันเลยทีเดียว


มีคำถามนึงที่น่าสนใจจากน้องๆเขาถามว่า "พอจบกลับไปแล้ว ใช้เวลานานไหมในการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมเดิมของเรา" ผู้เขียนตอบว่า " ถ้าเรื่องกินอยู่หลับนอน แค่เดือนเดียวก้อโอเคแล้วแต่เรื่องการทำงานอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย ยกตัวอย่าง การทำงานบ้านเรา(คนถามเป็นคนเวียดนาม)เอเชีย ยังมีระบบอาวุโส การทำงาน เช่น การออกความคิดเห็น หรือการพูดตรงๆ ในทางตรงกันข้ามในที่ประชุมสามารถทำได้ แต่อาจจะต้องมีการปรับคำพูดให้นุ่มนวลขึ้น เป็นต้น "


จริงๆอยากจะบอกว่า พี่ไม่ได้ปรับอะไรเลย ตรงยังไงก้อตรงอย่างนั้นเพราะก่อนไปทำงาน  มีรุ่นพี่เป็นหัวหน้ามีอะไรคุยกันแบบตรงไปตรงมาชี้แจงไปตามเหตุผลที่เป็นจริง 


ตอนจบมาก้อโชคดีอีกที่เจ้านายแต่ละคนอยู่เมืองนอกเกิน 10 ปี  เลยดูที่ผลงานมากกว่า ถึงบางทีจะตรงไปนิด แรงไปหน่อย ปัจจุบันยังตรงไปตรงมาอยู่  แต่เต็มไปด้วยสติและดุลยภาพมากขึ้น


จบสัมมนา ทุกคน happy มีความสุข ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะอาจารย์มาถามว่า ปีหน้า ถ้ามีจัดสัมมนาแบบนี้อีก จะมาไหม  รีบบอกเลยมาค่ะ เป็นช่วงเวลาดีๆอีกเวลาหนึ่ง    ที่น่าชื่นใจคืออาจารย์ขอชื่อไป เพื่อส่งให้ทางทุน DAAD พิจารณาเพื่อเข้าร่วมประชุมทำ Workshop ที่เวียดนามต้นกันยานี้อีก ประเด็นคือดีใจ ที่อาจารย์เห็นคุณค่าและให้ความสำคัญ ส่วนได้หรือไม่ได้ ก้อไม่ซีเรียส แค่นึกถึงก้อดีใจแล้วค่ะ

 

ประวัติมหาวิทยาลัย  Technische Universität Dresden

The Technische Universität Dresden (TUD) is one of the largest “Technische Universitäten” in Germany and one of the leading and most dynamic universities in Germany. As a full-curriculum university with 14 faculties in five schools it offers a broad variety of 125 disciplines and covers a wide research spectrum. Its focuses of Biomedicine, Bioengineering, Materials sciences, Information technology, Microelectronics as well as Energy and Environment are considered exemplary in Germany and throughout Europe.

Since 2012 TUD is officially one of the “Universities of Excellence”. Its core elements are the “Institutional Strategy”, the Clusters of Excellence “Center for Advancing Electronics Dresden” (cfaed), “Center for Regenerative Therapies Dresden (CRTD) and the Graduate School “Dresden International Graduate School for Biomedicine and Bioengineering” (DIGS-BB).

About 36.000 students are enrolled at TUD – more than three times as many as in 1990 (11.220 students). Internationally, the TUD has earned a good reputation, about one eighths of its students come from abroad. Today, about 5.000 scientists from 70 countries are working at the Technische Universität Dresden.


เผื่อท่านใดอยากไปเรียนต่อที่เยอรมนี ผู้เขียนให้ข้อมูลไว้ตรงนี้เผื่อเป็นข้อมูลนะคะ

เวปไซต์มหาวิทยาลัยที่ผู้เขียนจบมา  https://tu-dresden.de/

เวปไซต์เมืองที่ตั้งของมหาวิทยาลัย http://www.dresden.de/index_en.php

เวปไซต์ข้อมูลเรียนต่อเยอรมนีของผู้เขียน  http://www.succeed-germany.com/

 ============

 

บทความโดย

อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง-เก๋

วิทยากร  ที่ปรึกษา  โค้ช  

ความคิดสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมและพัฒนาองค์กร

sasimasuk.com@gmail.com  

Line ID : sasimasuk.com

http://www.sasimasuk.com/

FB: Creative to Innovation : https://www.facebook.com/Creative2Innovation/

โทร .081-5609994


 

Visitors: 17,796