ความแตกต่างของ Training, Mentoring, Consulting ,Counseling และ Coaching โดยศศิมา สุขสว่าง

หน้าที่หลักอย่างหนึ่งของผู้จัดการ (Manager) หรือหัวหน้างาน (Supervisor) คือการพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา ให้มีทักษะ (Skill) สมรรถนะความสามารถ (Competency) และศักยภาพในการทำงานเพื่อให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและสร้างผลงงานให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การสอนงานหรือฝึกอบรม (Training) การเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) การให้คำแนะนำ (Consulting and counseling) และการโค้ช (coaching) 

 

ทักษะเหล่านี้ หัวหน้างานหรือผู้จัดการมักถูกคาดหวังจากองค์กรให้มีและใช้ในการพัฒนาบุคลากรที่รับผิดชอบอยู่ นอกเหนือจากการพัฒนาที่มาจากฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายพัฒนาทรัพยากรเพียงอย่างเดียว  เพราะการพัฒนาทักษะและความสามารถบางอย่างต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว ประสบการณ์ที่ผ่านมา เช่น ทักษะและความสามารถด้านงาน (Functional competency) เป็นต้น

 

ในบทความนี้เก๋ได้เขียนรายละเอียดแต่ละบทบาท เพื่อความเข้าใจกัน เพราะหลายๆครั้งที่เก๋ไปอบรมสัมมนา ผู้อบรมส่วนใหญ่จะเข้าใจบทบาทของ การสอนงานหรือฝึกอบรม (Training) การเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) การให้คำแนะนำ (Consulting) แต่มักจะมีคำถามเสมอว่า แล้วการให้คำปรึกษาในแนวของ counseling) และการโค้ช (coaching) แตกต่างกันอย่างไรค่ะ

 

ความแตกต่างของ Training, Mentoring, Consulting ,counseling และ Coaching

1. การสอนงานหรือฝึกอบรม (Training) 

เป็นการนำผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งมาให้ความรู้ ถ่ายทอดเทคนิค ฝึกอบรมด้วยการสัมมนาอบรม อาจจะเป็นกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ๆก็ได้ ผู้ถ่ายทอดความรู้เรียกว่า "วิทยากร หรือ Trainer " ซึ่งอาจจะเป็นคนภายในที่เก่งและมีประสบการณ์มาก หรือเป็นวิทยากรจะภายนอกก็ได้ 

 

2. การเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) 

เป็นการนำผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์มามากในองค์กร หรือในสายงานนั้นๆ มาให้คำปรึกษาแนะนำถึงแนวทางการปฏิบัติงานให้ได้ประสิทภาพที่ดี รวมทั้งอาจจะรวมไปถึงการเป็นพี่เลี้ยงในด้านชีวิตสังคมการทำงานให้ราบรื่นและมีความสุขด้วย การเป็นพี่เลี้ยงมักจะจับกันเป็นคู่ พี่เลี้ยง (Mentor) น้องเลี้ยง (Mentee) เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มเล็กๆจำนวนไม่เยอะมากเพื่อให้ดูแลได้อย่างทั่วถึง

 

3.การให้คำปรึกษา (Consulting) 

เป็นการให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นความรู้หรือทักษะเฉพาะ โดยที่ปรึกษา (Consultant)  จะเข้าไปถ่ายทอดความรู้ตัวต่อตัวหรือเป็นกลุ่มเล็กๆ หรืออาจจะมีลักษณะเข้าไปศึกษา เก็บข้อมูล วัดผล เพื่อประมวลผลกลับมาให้องค์กรเพื่อรับรู้ แล้วนำไปใช้หรือปรับเปลี่ยนต่างๆ

 

4. การโค้ช (Coaching)

" การโค้ช "  คือกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ชซึ่งเป็นผู้ที่ช่วยเหลือ ชวนคิด หรือปลดล๊อคบางอย่างในตัวผู้รับการโค้ช (Coachee อ่านว่า โค้ชชี่) มีศักยภาพสูงขึ้น หรือมีความสุขอย่างที่เขาต้องการ ผ่านวิธีการและเครื่องมือต่างๆ  เพื่อให้ผู้รับการโค้ช ได้เรียนรู้ ตระหนักในตัวเองและเปลี่ยนแปลง และลงมือทำด้วยความคิด ความถนัด ความสามารถตัวเอง   การโค้ช จึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง โค้ช(Coach) และผู้รับการโค้ช (Coachee) ให้ถึงจุดหมายที่โค้ชชี่ต้องการ

 

5. การให้คำปรึกษาด้านชีวิต (Counseling)

เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการให้คำปรึกษาแนะนำ แต่จะเน้นไปในด้านของการให้คำปรึกษาเพื่อแก้ปัญหาชีวิต หรือสิ่งที่ติดขัดจากในอดีต หรือให้บุคคลก้าวผ่านปัญหาในอดีตที่จะมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานไปได้ 

 
พอเห็นภาพแล้วนะคะ ว่าในแต่ละบทบาทนั้น มีลักษณะอย่างไรบ้าง  แต่สิ่งสำคัญคือ แต่ละบทบาทนั้นมุ่งหวังอย่างเดียวกันคือ ต้องการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถและทำงานได้อย่างประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อองค์กรต่อไปค่ะ
 

....................................................

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

- หลักสูตร Self development and self Coaching for Performance Working : การพัฒนาตัวเองและการโค้ชตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน (ติดต่อ)

- หลักสูตร Mentoring and Coaching Skill for Leader (Manager) : ทักษะการโค้ชและเป็นพี่เลี้ยงสำหรับผู้นำ (หรือผู้จัดการหรือหัวหน้างาน) (ติดต่อ)

.........................................

ท่านใดสนใจสอบถามหรือต้องการขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการโค้ชหรือการฝึกอบรมด้านการโค้ชหรือพัฒนา บุคคลากร หัวหน้างานหรือผู้จัดการ  ติดต่อได้ที่ 

อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง

วิทยากร  ที่ปรึกษา  โค้ช  พัฒนานวัตกรรมและพัฒนาองค์กร

sasimasuk.com@gmail.com  

Line ID : sasimasuk.com

http://www.sasimasuk.com/

FB: https://www.facebook.com/Coachingatworkk/

โทร .081-5609994

Visitors: 20,080