การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย DVF Framework โดย ศศิมา สุขสว่าง

เคยสงสัยไหมคะ? ทำไมผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) ถึงล้มเหลวภายใน 3 ปีแรก  สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจาก "ไอเดียไม่ดี" แต่มาจาก "การขาดสมดุล" ในการประเมินรอบด้านค่ะ

 

วันนี้เก๋ขอหยิบยกDVF Framework เครื่องมือที่เหล่าบริษัทนวัตกรรมชั้นนำระดับโลกอย่าง IDEO ใช้ในการออกแบบนวัตกรรม (Design Thinking) มาแชร์ให้ทุกท่านเห็นภาพกันค่ะ

 

 DVF Framework คืออะไร?

มันคือ 3 แกนหลักที่ใช้ประเมินความแข็งแกร่งของไอเดียก่อนการลงทุนจริง เพื่อเปลี่ยนจาก "Creativity" ให้กลายเป็น "Profitable Innovation" ซึ่งประกอบด้วย 

1. D - Desirability (ความต้องการของผู้ใช้)  คนอยากได้จริงไหม?

2. V - Viability (ความคุ้มค่าทางธุรกิจ) ทำแล้วรอดไหมคุ่มค่าไหม?

3. F - Feasibility (ความเป็นไปได้ทางเทคนิค) ทำได้จริงไหม?

 

 

 

โดยมีรายละเอียดและเครื่องมือดังต่อไปนี้

 

1. D - Desirability (ความต้องการของผู้ใช้)  คนอยากได้จริงไหม?

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด คือการกลับมามองว่า Solution ของเราแก้ Pain Point ที่"เจ็บพอ"หรือไม่?

  • ลูกค้าพร้อมจะเปลี่ยนพฤติกรรมหรือควักเงินจ่ายให้เราหรือเปล่า?
  • เครื่องมือที่ใช้: Empathy Map, Persona, Customer Journey Map, User Interview, User research, surveys ฯลฯ

 

 

 2. V - Viability (ความคุ้มค่าทางธุรกิจ) ทำแล้วรอดไหมคุ่มค่าไหม?

ไอเดียที่ดีต้องมาพร้อมกับโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน

  • สามารถสร้างรายได้ (Revenue Model) หรือช่วยลดต้นทุนให้องค์กรได้จริงไหม?
  • สอดคล้องกับกลยุทธ์หลัก (Core Strategy) หรือ New S-Curve ของบริษัทหรือไม่?
  • เครื่องมือที่ใช้: Business Model Canvas, Cost-Benefit Analysis, Revenue Model,Financial modeling, market analysis, and assessing return on investment (ROI)ฯลฯ

 

 

 3. F - Feasibility (ความเป็นไปได้ทางเทคนิค) ทำได้จริงไหม?

  • เรามีทรัพยากร ความรู้ และเทคโนโลยีที่พร้อมจะทำให้ไอเดียนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่?
  • ติดข้อกฎหมาย หรือโครงสร้างพื้นฐานหรือเปล่า?
  • ไอเดียระดับ AI ล้ำยุค แต่มีงบประมาณหรือทีมงานจำกัด คือสัญญาณของ Feasibility ที่ต่ำ ซึ่งเสี่ยงต่อการล้มเหลว 
  • เครื่องมือที่ใช้: Prototype, MVP, Technology Readiness Assessment, Resource Mapping,Engineering reviews, technical prototyping, and resource planning ฯลฯ

 

(หมายเหตุ : เครื่องมือมีเยอะนะคะ เลือกใช้ให้เหมาะสมนะคะ)

 

 The Sweet Spot: จุดสมดุลของความสำเร็จ

  •  ถ้ามีแค่ Desirable + Feasible แต่ไม่มี Viable = เป็นโปรเจกต์การกุศล (ดีแต่ขาดทุน)
  •  ถ้ามีแค่ Feasible + Viable แต่ไม่มี Desirable = สินค้าล้นตลาดที่ไม่มีใครซื้อ (เจ๊งเพราะไม่มีดีมานด์)
  •  ถ้ามีแค่ Desirable + Viable แต่ไม่มี Feasible = ฝันกลางวัน (อยากได้ อยากขาย แต่ผลิตไม่ได้จริง)

 

 

 DVF ควรถูกนำมาใช้เมื่อไหร่ในองค์กร?

  1. Idea Screening: หลังจาก Brainstorm ไอเดียจำนวนมาก ต้องใช้ DVF คัดให้เหลือตัวจริง
  2. Investment Decision: ก่อนอนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อพัฒนา Product/Service
  3. Pilot Phase: ช่วงทดสอบ Prototype เพื่อดูว่าแกนไหนที่ยังอ่อนอยู่และต้องเสริม

 

อาจารย์เก๋ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อท่านที่สนใจเรื่องการพัฒนานวัตกรรม หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆนะคะ

..................................

อ่านเทคนิคการคิดสร้างสรรค์สู่นวัตกรรม เทคนิคอื่นๆ กดที่นี่  

...................................

Creative to Innovation เป็นพื้นที่แบ่งปันและแลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่องกระบวนการและเทคนิคการคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรม  โดยถ่ายทอดจากประสบการณ์การทำงานด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรม ให้คำปรึกษา การสอนด้านการพัฒนานวัตกรรมของผู้เขียน (ศศิมา) ซึ่งเป็นนักพัฒนานวัตกรรมหรือนวัตกร (Innovator)  และผันตัวมาแบ่งปัน อบรมสัมมนาให้คำปรึกษาด้านการพัฒนานวัตกรรม  โดยการอบรมสัมมนาจะยึดหลัก 3Fs - Fun (สนุก) -Full (เต็มไปด้วยสาระ) - Friend (มิตรภาพการทำงานเป็น Team Work)

.................................

 

ติดต่อวิทยากรสัมมนาอบรม In-House training ด้านความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนานวัตกรรม หรือติดตามบทความ ได้ที่

   

 

อ.ศศิมา สุขสว่าง (เก๋)อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง -อ.เก๋

บริษัทเอชซีดี อินโนเวชั่น จำกัด

Email : sasimasuk.com@gmail.com

Line ID : sasimasuk.com หรือเบอร์โทร. 0815609994

Website: http://www.sasimasuk.com/  

FB: https://www.facebook.com/CreativetoInnovation/

Tel:  081-5609994

 Youtube: https://www.youtube.com/innoinninecreativetoinnovation

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

หรือส่งข้อมูลมาทาง sasimasuk.com@gmail.com ทางเราจะติดต่อกลับภายใน 1 วันค่ะ
Visitors: 436,831