การเป็นพี่เลี้ยงในองค์กร ต้องมีทักษะอะไรบ้าง โดย ศศิมา สุขสว่าง

ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) เป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง ที่องค์กรนำมาใช้ในการจัดการความรู้ โดยการถ่ายทอดความรู้ระหว่างผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่ากับเพื่อนร่วมงานหรือรุ่นน้องที่มีประสบการณ์และความรู้มากกว่า 

 

ความรู้หลายๆอย่างเกิดจากประสบการณ์การทำงานอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนมีความเชี่ยวชาญและชำนาญ บางองค์กร พนักงานบางคนแม้จะเกษียรแล้ว ทางองค์กรยังต้องเชิญมาเป็นที่ปรึกษาเพิเศษ เพราะความรู้บางอย่าง  ถึงแม้บางทีจะถอดองค์ความรู้ออกมาในรูปของหนังสือ หรือข้อมูลต่างๆแล้วก็ตาม แต่เทคนิคบางส่วน ต้องใช้ประสบการณ์เชื่อมโยงกับความรู้ที่บ่มเพาะอย่างยาวนาน

 

 กรณีศึกษา เรื่องเล่า "ฟังด้วยหัวใจ แก้ไขด้วยประสบการณ์"

เคยมีผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่ง เคยเล่าให้ฟังว่า มีข้าราชการท่านหนึ่ง เริ่มต้นเป็นพนักงาน สร้างเขื่อนแห่งหนึ่งตั้งแต่สำรวจหิน พื้นที่ ตอกเสาเข็ม จนเขื่อนเสร็จ และดูแลเขื่อนนั้นจนเกษียณ จนวันหนึ่งมีปัญหาเขื่อนมีรอยร้าว ทางวิศวกรรุ่นใหม่ก็ใช้เครื่องมือทันสมัย ที่ใช้สัญญาณดิจิตอลวัด แต่ก็หาไม่เจอว่าอยู่ตรงไหน ต้องตามข้าราชการท่านนั้นมาให้คำปรึกษาแนะนำ  

 

พอถึงตอนนี้ ผู้ใหญ่ที่เล่าให้ฟัง ก็หัวเราะแล้วถามว่า "คุณรู้ไหม เขาทำอย่างไร" 

หลายๆคนที่ฟัง ก็บอกว่า "คงไปสำรวจ ตามจุดที่น่าจะเป็นไปได้"

ผู้ใหญ่ท่านนั้นก็บอกให้ฟังอย่างเอ็นดู " มันเอาหูไปแนบกับสันเขื่อนจุดต่างๆ อยู่ครึ่งวัน แล้วมาบอก ทีมวิศวกรรุ่นใหม่ว่า เขื่อนมันมีปัญหาที่จุดไหน ให้ไปดูตรงจุดนั้น และต้องแก้ไขอย่างไรบ้าง" พอทีมวิศวกรหนุ่มๆไปถึงกับอึ้ง " เพราะตรงมาก แล้วไม่ได้ใช้เครื่องมืออะไรเลย

"ถามว่าทำได้ไง" เขาบอกว่า "ฟังเสียงน้ำ เสียงกระทบ เสียงหิน เสียงต่างๆ มันไม่ปกติ บอกไม่ได้ว่า มันเป็นเสียงยังไง แต่เขาฟังเสียงน้ำกระทบ แบบนี้มาทั้งชีวิตการทำงาน เลยแยกเสียงได้" เป็นการฟังด้วยหัวใจ แก้ไขด้วยประสบการณ์ทั้งชีวติที่ผ่านมา

 

อันนี้เป็นตัวอย่าง ของความรู้ความชำนาญจากประสบการณ์ทั้งชีวิต ต้องขออภัยด้วยที่เก๋จำชื่อของท่านไม่ได้ค่ะ

 

ดังนั้น ระบบพี่เลี้ยง จึงเป็นอีกระบบหนึ่งที่นิยมใช้กันในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เป็นการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นพี่ก่อนรุ่นพี่จะเกษียร หรือลาออกไป วิธีการถ่ายทอดด้วยที่ดีคือ การที่รุ่นพี่หรือผู้มีประสบการณ์กว่า ได้พูดคุย สื่อสาร ให้กับรุ่นน้อง หรือเพื่อนร่วมงานที่มีประสบการน้อยกว่า นอกจากเป็นการถ่ายทอดความรู้เพื่อเก็บความรู้ให้คงอยู่ในองค์กรแล้ว บางครั้ง ยังใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาบุคคลากรและปั้น "ดาวเด่น" หรือ " Talent" อีกด้วย

 

 

สรุป ข้อดีของการมีระบบพี่เลี้ยงในองค์กร

1. เป็นการถ่ายทอดความรู้และจัดการความรู้ (Knowledge Management) เพื่อให้ความรู้ที่จากเดิมจะจากไปพร้อมกับพนักงานทุกคนที่ลาออกหรือเกษียณจากองค์กร  ให้คงอยู่สืบต่อและนำมาพัฒนาองค์การรุ่นสู่รุ่นได้ 

2. เป็นการลดช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ด้วยการแบ่งปันกัน เพราะคนรุ่นใหม่ก็มีความคิดสร้างสรรค์และความคิดใหม่ ส่วนคนเก่าๆก็มีความชำนาญและประสบการณ์เขี่ยวชาญ

3. เป็นการพัฒนาบุคคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่มีความชำนาญ และช่วยลดการลาออกของพนักงานใหม่ๆได้ เพราะมีพี่เลี้ยงดูแลให้คำปรึกษาทั้งในด้านการงาน รวมไปถึงด้านชีวิต

เป็นต้น

 

การเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) เป็นการนำผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์มามากในองค์กร หรือในสายงานนั้นๆ มาให้คำปรึกษาแนะนำถึงแนวทางการปฏิบัติงานให้ได้ประสิทภาพที่ดี รวมทั้งอาจจะรวมไปถึงการเป็นพี่เลี้ยงในด้านชีวิตสังคมการทำงานให้ราบรื่นและมีความสุขด้วย การเป็นพี่เลี้ยงมักจะจับกันเป็นคู่ พี่เลี้ยง (Mentor) น้องเลี้ยง (Mentee) เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มเล็กๆจำนวนไม่เยอะมากเพื่อให้ดูแลได้อย่างทั่วถึง

 

 แล้วพี่เลี้ยงต้องมีทักษะอะไรบ้าง

1. การสอนงาน (Training)  พี่เลี้ยงจะเป็นผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งมาให้ความรู้ ถ่ายทอดเทคนิค ฝึกอบรมด้วยการสัมมนาอบรม อาจจะเป็นกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ๆก็ได้ ผู้ถ่ายทอดความรู้เรียกว่า "วิทยากร หรือ Trainer " ซึ่งอาจจะเป็นคนภายในที่เก่งและมีประสบการณ์มาก หรือเป็นวิทยากรจะภายนอกก็ได้ 

 

2. การให้คำปรึกษา (Consulting) พี่เลี้ยงในองค์กรเป็นผู้มีประสบการณ์ มีความชำนาญ เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ จะสามารถถ่ายทอดความรู้และให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นความรู้หรือทักษะเฉพาะ ให้กับน้องเลี้ยงได้รับรู้ แล้วนำปใช้หรือปรับเปลี่ยนต่างๆได้

 

3. การโค้ช (Coaching) บางครั้งน้องเลี้ยงที่เข้ามาเป็นคนเก่ง มีศักยภาพสูง ดังนั้นทักษะการโค้ช จึงเป็นทักษะอีกอย่างหนึ่งที่พี่เลี้ยงต้องใช้ในการเป็นพี่เลี้ยงในองค์กร  ทักษะการโค้ชสามารถใช้เป็นการสื่อสารและการทำงานร่วมกันระหว่างพี่เลี้ยงและน้องเลี้ยงเพื่อพัฒนาให้คนสามารถพัฒนาตนเองเติบโตขึ้นได้ด้วยความสามารถของเขาเองได้ โดยพี่เลี้ยงต้องเปิดใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของน้องเลี้ยง และใช้ทักษะการโค้ช เช่น คำถามปลายเปิดเพื่อ brain storming ให้ได้ความคิดใหม่ๆ สร้างการเติบโตทางความคิด , การ Rapport เพื่อสร้างความไว้วางใจและ engagement กับลูกน้อง , การฟังอย่างลึกซึ้ง เพื่อ ให้ได้ยินเสียงที่ไม่ได้พูด, การ feedback ที่มีคุณภาพให้เกิดการพัฒนาตัวเอง  และการสร้างแรงบันดาลใจด้วย Story telling เป็นต้น (อ่านรายละเอียด ทักษะการโค้ช (Coaching skill) เพิ่มเติม กดที่นี่)

 

4. การให้คำปรึกษาด้านชีวิต (Counseling) พี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์สามารถให้คำปรึกษาเพื่อแก้ปัญหาชีวิต เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและทำงานได้อย่างมีความสุข

 

การทำหน้าที่พี่เลี้ยง อาจเริ่มตั้งแต่ การทำหน้าที่พี่เลี้ยงของพนักงานใหม่ เพื่อให้พนักงานใหม่สามารถปรับตัวเข้ากับองค์กร เพื่อนร่วมงานและสภาพแวดล้อมการทำงาน ไม่เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว หรือเข้ากันไม่ได้กับเพื่อนร่วมงาน เป็นการป้องกันการลาออกจากองค์กร  ให้พนักงานใหม่มีความรู้ ความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กร ลักษณะการทำงาน และนำไปสู่การมีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร

 

ในตอนที่ทำงานประจำอยู่นั้น เก๋เป็นผู้จัดการศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เมื่อรับน้องใหม่เข้ามาทำงาน ก็ต้องทำหน้าที่ทั้งเป็นพี่เลี้ยงสำหรับระดับ Supervisor และจัดทีมพี่เลี้ยงและติดตามผลให้กับน้องเลี้ยงที่เป็นพนักงานทำงาน

 

ส่วนในตอนนี้ เก๋ทำงานเป็นจิตอาสาโค้ชพี่เลี้ยงที่สมาคมการโค้ชวิถีไทย ซึ่งเป็นสถาบันการสอนโค้ชที่มีแก่นการโค้ชคือ สติ กัลยาณมิตรและดุลยภาพมา ตั้งแต่อบรมไทยโค้ชรุ่น 5 จนปัจจุบันเป็นไทยโค้ชรุ่น 10 ก็ยังเป็นจิตอาสาโค้ชพี่เลี้ยงจนถึงปัจจุบันค่ะ

 

เอาไว้จะมาแบ่งปันเกี่ยวกับประสบการณ์การเป็นพี่เลี้ยงในองค์กรว่าวางระบบอย่างไร  และโค้ชพี่เลี้ยงสำหรับคนที่มาเรียนโค้ชค่ะว่าต้องทำอะไรบ้าง และต้องมีทักษะอะไรบ้างค่ะ

เก๋หวังว่า บทความที่แบ่งปันนี้จะสามารถเป็นประโยชน์กับผู้ที่เข้ามาอ่านนะคะ 

................................................................

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

- หลักสูตร Coaching for Performance Working : การโค้ชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน (ติดต่อ)

- หลักสูตร Mentoring and Coaching Skill for Leader (Manager) : ทักษะการโค้ชและเป็นพี่เลี้ยงสำหรับผู้นำ (หรือผู้จัดการหรือหัวหน้างาน) (ติดต่อ)

.........................................

ท่านใดสนใจสอบถามหรือต้องการขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการโค้ชหรือการฝึกอบรมด้านการโค้ชหรือพัฒนา บุคคลากร หัวหน้างานหรือผู้จัดการ  ติดต่อได้ที่ 

อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง

วิทยากร  ที่ปรึกษา  โค้ช  พัฒนานวัตกรรมและพัฒนาองค์กร

sasimasuk.com@gmail.com  

Line ID : sasimasuk.com

http://www.sasimasuk.com/

FB: https://www.facebook.com/Coachingatworkk/

โทร .081-5609994 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 20,079