เรื่องน่ากังวลเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมในองค์กร 2026

ช่วงนี้มีผู้ใหญ่หลายท่าน แชร์ปัญหาและความกังวลของสังคม เศรษฐกิจในระดับโลก ระดับประเทศ  โพสต์นี้เก๋เลยแชร์ "เรื่องน่ากังวล (ของเก๋)" ในมุมเล็กๆของการพัฒนานวัตกรรมและทักษะคนทำงานบ้างนะคะ เพราะถ้าคนในองค์กรไม่เปลี่ยน เราจะเอาอะไรไปสู้กับโลกข้างนอกที่หมุนเร็วขนาดนี้ได้

 

เรื่องของเรื่องคือ ช่วงนี้เวลาเก๋ไปสอนที่ไหน หรือไปเป็นที่ปรึกษาให้องค์กรไหน มักจะเจอคำถามแนว "อ.เก๋ ทำไมเราทำ Design Thinking แล้วแต่มันไปไม่ถึงไหน?" หรือ "ทำไมพนักงานไม่อยากคิดอะไรใหม่ๆ เลย?" หรือ “เราจะพัฒนานวัตกรรมตามโลกทันไหม”

 

เก๋ว่านวัตกรรมบ้านเรากำลัง "ติดหล่มอย่างช้าๆ" คือทุกคนพูดเรื่องนวัตกรรม แต่ในทางปฏิบัติเรากำลังเดินถอยหลังสวนทางกับโลกค่ะ นี่คือ 4 เรื่องที่เก๋กังวลเป็นพิเศษ:

 

1) Innovation Literacy:

เข้าใจผิด...คิดว่านวัตกรรมคือ "ของใหม่ ของล้ำสมัย " เท่านั้นหลายคนพอพูดถึงนวัตกรรม ปั๊บ! ในหัวคิดไปถึง AI, Robot, หรือ App หรูๆ ทันที จนลืมไปว่านวัตกรรมที่แท้จริงคือ "การแก้ปัญหาให้ผู้คนด้วยวิธีใหม่ที่สร้างมูลค่าได้"

.

• กังวลว่า: เรามัวแต่คิดถึง "เครื่องมือ" (Tools) แต่ละเลย "หัวใจ" (Mindset)

• เราอยากได้ผลลัพธ์ระดับประเทศหรือระดับโลก แต่ยังบริหารงานแบบยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม (สั่งการ-ควบคุม-กลัวผิด)

• ถ้าเรายังนิยามนวัตกรรมผิดทาง เราจะเสียเงินซื้อเทคโนโลยีมหาศาล แต่คนใช้ยังทำงานแบบเดิม... แบบนี้ไม่รอดค่ะ

• นวัตกรรมเรามุ่งเน้น เรื่องของ คุณค่า (Value creation) เป็นอันดับแรกนะคะ อาจจะเก่าจากที่อื่น แต่ใหม่ที่องค์กรเรา แต่ถ้าทำอะไรแล้วสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ เราถือว่าเป็นนวัตกรรมนะคะ

.

2) The "Comfort Zone" Syndrome:กลัวผิดจนไม่กล้าเปลี่ยน

วัฒนธรรมองค์กรไทยส่วนใหญ่ยังเป็นแบบ "ทำดีเสมอตัว ทำพลาดโดนด่า" นวัตกรรมมันคือเรื่องของการทดลอง (Experimentation) ซึ่งมันต้องมี "ความล้มเหลว" เป็นส่วนประกอบ

 

• กังวลว่า: พนักงานเก่งๆ จะกลายเป็น "เกียร์ว่าง" เพราะไม่อยากเสี่ยง

• หัวหน้าบอกว่า "ลองเลยน้อง" แต่พอพลาดมา "ทำไมไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน! ทำไมไม่รายงานผมก่อน "  หรือบางองค์กร เวลาตั้ง KPI นวัตกรรม ต้องสำเร็จเท่านั้น ต้องทำตาม KPI ที่ตั้งไว้ให้ได้ (ซึ่งนวัตกรรมอาจจะล้มเหลวก็ได้นะคะ)

• เมื่อความกลัวมีมากกว่าความอยากรู้ ความคิดสร้างสรรค์ก็ถูกฝังกลบค่ะ เราเลยได้แต่ "Copy & Paste" งานเดิมๆ เปลี่ยนสีเปลี่ยนชื่อไปวันๆ

• หัวหน้า ต้องปรับบทบาทเป็น Innovation Coach & Mentor โค้ชลูกน้อง สร้างพื้นที่ปลอดภัย Safe Zone  ให้คนกล้าคิดกล้าทำ และทำงานกันเป็นทีมค่ะ

.

3) Talent & Skill Gap : ทักษะเก่ากำลังตาย ทักษะใหม่ยังพัฒนาไม่ทัน

เรามีคนทำงานสาย Operative (เน้นทำตามสั่ง ตามกระบวนการ ตาม KIP) เยอะมาก แต่เราขาดคนสาย Analytical & Creative (คิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์)

 

• กังวลว่า: พอ AI เข้ามาจริงๆ คนกลุ่มนี้จะปรับตัวไม่ทัน ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่งนะ แต่เพราะเขาไม่ถูกฝึกให้ "คิดนอกกรอบ" มานานเกินไป

• เราสอนให้คนใช้โปรแกรมเป็น แต่เราไม่ได้สอนให้คน "ตั้งคำถาม" เป็น ซึ่งการตั้งคำถามคือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมค่ะ

.

4) Short-termism: เน้นกำไรวันนี้ จนลืมอนาคตวันหน้า

ผู้บริหารส่วนใหญ่ถูกกดดันด้วยตัวเลข KPI รายไตรมาส รายปี จนไม่มีพื้นที่หายใจให้กับการ "เพาะเมล็ดพันธุ์นวัตกรรม" ที่อาจต้องใช้เวลา 2-3 ปีถึงจะออกดอกออกผล

 

• กังวลว่า: เรากำลังกินบุญเก่าไปเรื่อยๆ

• งานวิจัยและพัฒนา (R&D) ในองค์กรส่วนใหญ่เป็นแค่การปรับปรุงของเดิม (Incremental) ไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่ (Radical)

• ถ้าเรายังเน้นแต่การ "ลดต้นทุน" มากกว่า "เพิ่มมูลค่า" ในระยะยาวเราจะถูกกลืนหายไปจากห่วงโซ่โลกแน่นอน

.

ถ้าอีก 5-10 ปีข้างหน้า เรายังเป็นแบบนี้ เราจะเป็นได้แค่ "ผู้ซื้อเทคโนโลยี" ไม่ใช่ "ผู้สร้าง"  องค์กรจะแก่ช้าๆ ทักษะคนจะล้าสมัย และสุดท้ายเราจะสู้เพื่อนบ้านที่เขา "กล้าได้กล้าเสีย" กว่าเราไม่ได้

.

สิ่งที่น่ากังวลอีกเรื่องคือ  การที่เราจัดสัมมนาเรื่องนวัตกรรมกันทุกปี แต่ในชีวิตจริงเรายังทำงานด้วยวิธีเดิมๆ และหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ   และ "Ego" ของผู้สำเร็จในอดีตค่ะ ที่บางครั้งมันกลายเป็นกำแพงหนาที่สุดในการขวางกั้นสิ่งใหม่ๆ หรือคนใหม่ๆในการพัฒนานวัตกรรมในองค์กรค่ะ

...

จาก อ.เก๋ #วิทยากรสอนนวัตกรรม

 

..................................

อ่านเทคนิคการคิดสร้างสรรค์สู่นวัตกรรม เทคนิคอื่นๆ กดที่นี่  

...................................

Creative to Innovation เป็นพื้นที่แบ่งปันและแลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่องกระบวนการและเทคนิคการคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรม  โดยถ่ายทอดจากประสบการณ์การทำงานด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรม ให้คำปรึกษา การสอนด้านการพัฒนานวัตกรรมของผู้เขียน (ศศิมา) ซึ่งเป็นนักพัฒนานวัตกรรมหรือนวัตกร (Innovator)  และผันตัวมาแบ่งปัน อบรมสัมมนาให้คำปรึกษาด้านการพัฒนานวัตกรรม  โดยการอบรมสัมมนาจะยึดหลัก 3Fs - Fun (สนุก) -Full (เต็มไปด้วยสาระ) - Friend (มิตรภาพการทำงานเป็น Team Work)

.................................


ติดต่อวิทยากรสัมมนาอบรม In-House training ด้านความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนานวัตกรรม หรือติดตามบทความ ได้ที่

   

 

อ.ศศิมา สุขสว่าง (เก๋)อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง -อ.เก๋

บริษัทเอชซีดี อินโนเวชั่น จำกัด

Email : sasimasuk.com@gmail.com

Line ID : sasimasuk.com หรือเบอร์โทร. 0815609994

Website: http://www.sasimasuk.com/  

FB: https://www.facebook.com/CreativetoInnovation/

Tel:  081-5609994

 Youtube: https://www.youtube.com/innoinninecreativetoinnovation

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

หรือส่งข้อมูลมาทาง sasimasuk.com@gmail.com ทางเราจะติดต่อกลับภายใน 1 วันค่ะ
Visitors: 435,413