WWH Innovation Framework™ เพื่อพัฒนานวัตกรรม โดย อ.ศศิมา สุขสว่าง-เก๋

บทความนี้อาจารย์เก๋ ศศิมา สุขสว่าง มาแบ่งปันกรอบแนวคิด 3 มิติ เพื่อกำหนดทิศทางและพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ด้วย WWH Innovation Framework™ เผื่อผู้บริหารหรือ หัวหน้าท่านใด กำลังอยากจะพัฒนานวัตกรรมในองค์กร และอยากได้กรอบแนวคิดสั้นไป Scope ความคิดให้กระชับ และเห็นภาพชัดขึ้นค่ะ

 

โดย WWH Innovation Framework™ มาจาก What–Why–How Framework for Innovation เป็นกรอบแนวคิด 3 มิติ ที่อาจารย์เก๋สรุปมา เพื่อกำหนดทิศทางและพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบ โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 มิติ ดังนี้ค่ะ

WWH Innovation Framework™ โดย อ.ศศิมา สุขสว่าง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรม www.sasimasuk.com

 

1. What to Innovate? (เราจะพัฒนานวัตกรรมอะไร)


มิตินี้ช่วยให้องค์กรมองเห็นว่า นวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายส่วนของธุรกิจ โดยประยุกต์จากกรอบ Ten Types of Innovation ของ Larry Keeley แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม รวม 10 ประเภท ดังนี้

 

กลุ่มที่ 1 โครงสร้างธุรกิจ (Configuration)

1. Profit Model Innovation (นวัตกรรมรูปแบบรายได้) การออกแบบวิธีสร้างรายได้หรือผลตอบแทนรูปแบบใหม่ เช่น ระบบสมาชิก การคิดค่าบริการตามการใช้งาน หรือการให้บริการพื้นฐานฟรีและเก็บค่าบริการเพิ่มเติม

2. Network Innovation (นวัตกรรมเครือข่ายและพันธมิตร) การร่วมมือกับองค์กรภายนอกเพื่อเพิ่มความสามารถ ทรัพยากร หรือความเชี่ยวชาญที่องค์กรยังไม่มี เช่น ร่วมกับมหาวิทยาลัย สตาร์ทอัป หรือพันธมิตรทางธุรกิจ

3. Structure Innovation (นวัตกรรมโครงสร้างองค์กร) การปรับบทบาทคน ทีมงาน โครงสร้าง หรือการจัดสรรทรัพยากรให้ทำงานคล่องตัวขึ้น เช่น ทีมข้ามสายงาน หรือทีมพัฒนานวัตกรรมเฉพาะกิจ

4. Process Innovation (นวัตกรรมกระบวนการ) การปรับวิธีทำงานให้รวดเร็ว แม่นยำ ลดต้นทุน หรือลดขั้นตอน เช่น ระบบอัตโนมัติ การลดขั้นตอนอนุมัติ หรือการใช้ AI สนับสนุนงาน

 

 

กลุ่มที่ 2 สิ่งที่ส่งมอบให้ลูกค้า (Offering)

 

5. Product Performance Innovation (นวัตกรรมด้านคุณสมบัติและประสิทธิภาพ) การพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น หรือมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเดิม

6. Product System Innovation (นวัตกรรมระบบผลิตภัณฑ์) การเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์หรือบริการหลายส่วนให้ทำงานร่วมกัน เช่น อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน หรือชุดบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าแบบครบวงจร

 

 

กลุ่มที่ 3 ประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัส (Experience) 

 

7. Service Innovation (นวัตกรรมบริการ) การสร้างหรือปรับปรุงบริการเพื่อเพิ่มความสะดวก ความรวดเร็ว และประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า เช่น บริการติดตามสถานะ หรือบริการดูแลเชิงรุก

8. Channel Innovation (นวัตกรรมช่องทาง) การสร้างช่องทางใหม่ในการเข้าถึง ส่งมอบ หรือให้บริการลูกค้า เช่น แอปพลิเคชัน จุดรับสินค้าอัตโนมัติ หรือการเชื่อมต่อออนไลน์กับออฟไลน์

9. Brand Innovation (นวัตกรรมแบรนด์) การสร้างความหมาย ภาพจำ หรือตำแหน่งทางการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อให้ลูกค้ารับรู้คุณค่าที่แตกต่าง

10. Customer Engagement Innovation (นวัตกรรมการสร้างความผูกพันกับลูกค้า) การออกแบบวิธีสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับลูกค้า เช่น ระบบสมาชิก ชุมชนลูกค้า การให้ลูกค้าร่วมออกแบบ หรือการสื่อสารแบบเฉพาะบุคคล

 

สรุปคำถามของมิตินี้คือ: เราจะสร้างนวัตกรรมอะไรให้กับธุรกิจหรือประสบการณ์ของลูกค้า

ถ้าเยอะไป เบื้องต้นอาจารย์เก๋แนะนำว่า อาจจะจำกัด เพียง 4 รูปแบบคือ  Profit Model Innovation, Process Innovation,Product  Innovation  และ Service Innovation ก่อนก็ได้ค่ะ เพราะเป็นแก่นของทุกธุรกิจค่ะ

 

WWH Innovation Framework™ โดย อ.ศศิมา สุขสว่าง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรม www.sasimasuk.com

 


2. Why Innovate? (ทำไมถึงต้องพัฒนานวัตกรรม เป้าหมายคืออะไร)


มิตินี้ช่วยให้องค์กรระบุเป้าหมายและคุณค่าที่ต้องการให้ชัดเจน เพราะนวัตกรรมไม่ควรเริ่มจากการทำสิ่งใหม่เพียงเพราะเป็นกระแส แต่ควรตอบได้ว่า สิ่งใหม่นั้นช่วยแก้ปัญหา สร้างคุณค่า หรือทำให้ผลลัพธ์ใดดีขึ้น


- เพื่อสร้างการเติบโตและรายได้ใหม่ (Growth) เพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า เข้าสู่ตลาดใหม่ หรือสร้างแหล่งรายได้รูปแบบใหม่ให้แก่องค์กร

- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ (Efficiency and Productivity) ลดต้นทุน ลดเวลา ลดขั้นตอน ลดข้อผิดพลาด และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น

- เพื่อยกระดับประสบการณ์และความผูกพันของลูกค้า (Customer Experience and Engagement) ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่สะดวก รวดเร็ว ต่อเนื่อง และรู้สึกอยากกลับมาใช้บริการหรือมีความสัมพันธ์กับแบรนด์ในระยะยาว

- เพื่อสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในการแข่งขัน (Differentiation and Competitiveness) สร้างคุณค่าที่แตกต่างจากทางเลือกเดิมและยากต่อการลอกเลียนแบบ

- เพื่อความอยู่รอดและรับมือความเสี่ยง (Resilience) ช่วยให้องค์กรปรับตัวต่อความผันผวน วิกฤต การเปลี่ยนแปลงของตลาด เทคโนโลยี หรือปัญหาห่วงโซ่อุปทานได้ดีขึ้น

- เพื่อสร้างความยั่งยืนและผลกระทบเชิงบวก (Sustainability and Social Impact) ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ แก้ปัญหาสังคม และสร้างคุณค่าทั้งต่อธุรกิจ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  บทความนี้มาจากเวปไซต์ www.sasimasuk.com โดย อ.ศศิมา สุขสว่าง

- เพื่อสร้างตลาดและโอกาสใหม่ (New Market and Opportunity Creation) พัฒนาทางเลือกใหม่สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ตลาดเดิมยังเข้าไม่ถึง หรือสร้างรูปแบบคุณค่าที่ทำให้เกิดตลาดใหม่

- เพื่อพลิกโฉมตลาด (Disruptive Innovation) สร้างตลาดใหม่ แทนที่ผู้เล่นเดิม

สรุปคำถามของมิตินี้คือ: นวัตกรรมนี้จะสร้างคุณค่าอะไร และผลลัพธ์ใดที่เราต้องการให้ดีขึ้นค่ะ

 

WWH Innovation Framework™ โดย อ.ศศิมา สุขสว่าง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรม www.sasimasuk.com

 

3. How to Innovate? (เราจะสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร)


มิตินี้ช่วยให้องค์กรเลือกแหล่งที่มาของไอเดีย ความรู้ เทคโนโลยี ผู้มีส่วนร่วม และกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อเปลี่ยนปัญหาและโอกาสให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถทดลอง นำไปใช้ และขยายผลได้จริง


ชั้นที่ 1 แหล่งที่มาของนวัตกรรม (ใครมีส่วนร่วม)


- Internal Innovation (การพัฒนานวัตกรรมจากภายในองค์กร) ใช้ความรู้ บุคลากร เทคโนโลยี และทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรในการคิดและพัฒนานวัตกรรม

- Open Innovation (นวัตกรรมแบบเปิด) เปิดรับไอเดีย ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากภายนอก เช่น มหาวิทยาลัย สตาร์ทอัป นักวิจัย หรือพันธมิตรทางธุรกิจ

- Co creation (การร่วมสร้างนวัตกรรม) ให้ลูกค้า ผู้ใช้ พนักงาน คู่ค้า หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการค้นหาปัญหา ออกแบบ และทดลองแนวทางใหม่

 

ชั้นที่ 2 กระบวนการ/เครื่องมือที่ใช้พัฒนา (ทำอย่างไรให้เกิดขึ้นจริง)

เครื่องมือในชั้นนี้ใช้ได้ภายในแหล่งที่มาข้างต้นทั้งหมด แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามลักษณะการใช้งาน:

       

กลุ่มที่ 1  เครื่องมือกลุ่มพัฒนานวัตกรรม เข้าใจคน ลูกค้า User และทดลองไว ได้แก่


- Design Thinking เข้าใจผู้ใช้ ค้นหา Pain Point และ Hidden Needs ก่อนพัฒนาแนวทางแก้ปัญหา สร้างต้นแบบ และทดลองกับผู้ใช้จริง

- Lean Startup เริ่มจากสมมติฐาน สร้างต้นแบบขั้นต่ำ ทดลองกับผู้ใช้ วัดผล และปรับปรุงก่อนลงทุนเต็มรูปแบบ

- Agile Innovation แบ่งการทำงานเป็นรอบสั้นๆ ส่งมอบผลงานย่อย รับข้อมูลป้อนกลับ และปรับปรุงต่อเนื่อง

 

 

 

กลุ่มที่ 2 เครื่องมือกลุ่มพัฒนานวัตกรรม ที่มีขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ได้แก่


- Phase Gate Process แบ่งโครงการเป็นช่วง เช่น ค้นหาโอกาส พัฒนาแนวคิด ประเมินความเป็นไปได้ สร้างต้นแบบ ทดสอบ และนำไปใช้ โดยมีจุดตัดสินใจในแต่ละช่วง บทความนี้มาจากเวปไซต์ www.sasimasuk.com โดย อ.ศศิมา สุขสว่าง

- Research and Development ใช้การวิจัย การทดลอง และองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือเทคโนโลยีใหม่

 WWH Innovation Framework™ โดย อ.ศศิมา สุขสว่าง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรม www.sasimasuk.com

 


กลุ่มที่ 3 เครื่องมือกลุ่มพัฒนานวัตกรรม มองไปข้างหน้าด้วยข้อมูล ได้แก่


- Data driven Innovation ใช้ข้อมูล การวิเคราะห์ และ AI เพื่อค้นหา Insight พฤติกรรมลูกค้า ปัญหาที่ซ่อนอยู่ และโอกาสใหม่

- Future Thinking and Foresight ใช้แนวโน้ม สัญญาณการเปลี่ยนแปลง และภาพอนาคตที่เป็นไปได้ เพื่อค้นหาโอกาสและเตรียมองค์กรให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลง

 

 

อ.ศศิมา สุขสว่าง (เก๋)อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง -อ.เก๋

บริษัทเอชซีดี อินโนเวชั่น จำกัด

Email : sasimasuk.com@gmail.com

Line ID : sasimasuk.com หรือเบอร์โทร. 0815609994

Website: http://www.sasimasuk.com/  

FB: https://www.facebook.com/CreativetoInnovation/

Tel:  081-5609994

 Youtube: https://www.youtube.com/innoinninecreativetoinnovation

 

 

Visitors: 464,052