นวัตกรรม (Innovation) คืออะไร? แนวทางการพัฒนานวัตกรรมในองค์กรอย่างเป็นระบบ

มื่อพูดถึงคำว่า “นวัตกรรม” หลายคนมักนึกถึงอะไรใหม่ๆ  เทคโนโลยีใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ แอปพลิเคชัน หรือสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ในความเป็นจริง นวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเทคโนโลยี และไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งใหม่ระดับโลกเสมอไป

 

"นวัตกรรม (Innovation)"  คือ การใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาหรือประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ เช่น บริการ ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการใหม่ๆ (Service, Product, Process) เป็นต้น ที่มีคุณค่า(Value Creation) และมีประโยชน์ต่อผู้อื่น เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเมื่อมีคุณค่าและมีประโยชน์แล้วจะสามารถขยายผลต่อได้เชิงพาณิชย์ หรือขายได้นั่นเอง

  

ดังนั้น การมีไอเดียใหม่เพียงอย่างเดียวยังไม่ถือว่าเป็นนวัตกรรม หากไอเดียนั้นยังไม่ได้รับการทดลอง นำไปใช้ หรือสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ นวัตกรรมจึงไม่ได้จบลงที่การคิด แต่ต้องสามารถเปลี่ยนความคิดให้เกิดคุณค่าในโลกจริงได้

 

จากประสบการณ์ของอาจารย์เก๋- ศศิมา สุขสว่าง ในการเป็นวิทยากร ที่ปรึกษา โค้ชด้านนวัตกรรม ผู้ประเมินองค์กรนวัตกรรม รวมถึงประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาจารย์เก๋พบว่า “ปัญหาสำคัญของหลายองค์กรไม่ใช่การไม่มีไอเดีย แต่คือการขาดระบบที่ช่วยคัดเลือก ทดลอง พัฒนา และนำไอเดียไปใช้ให้เกิดผลจริง”

 

บทความนี้จึงไม่ได้อธิบายเพียงว่า “นวัตกรรมคืออะไร” แต่จะช่วยให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และทีมพัฒนานวัตกรรมมองเห็นแนวทางการพัฒนานวัตกรรมในองค์กรอย่างเป็นระบบมากขึ้น

 

นวัตกรรมในบริบทขององค์กรคืออะไร

นวัตกรรมในบริบทขององค์กร คือ ผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ หรือวิธีการใหม่หรือสิ่งที่ปรับปรุงให้แตกต่างจากสิ่งที่องค์กรเคยมีอย่างเห็นได้ชัด และถูกนำออกให้ผู้ใช้สามารถใช้ได้หรือนำมาใช้จริงในการดำเนินงานขององค์กร

 

มาตรฐาน ISO 56001:2024 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านระบบการจัดการนวัตกรรม ครอบคลุมนวัตกรรมหลายรูปแบบ เช่น ผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ โมเดล และวิธีการ รวมถึงนวัตกรรมตั้งแต่ระดับปรับปรุงต่อยอดไปจนถึงนวัตกรรมแบบก้าวกระโดดหรือสร้างการเปลี่ยนแปลง

อาจารย์เก๋จึงสรุปความหมายของนวัตกรรมให้เข้าใจง่ายได้ว่า

นวัตกรรม = ความคิดสร้างสรรค์ + ความใหม่หรือความแตกต่าง + การสร้างคุณค่า

Innovation = Creative + New + Value Creation

 

องค์ประกอบทั้ง 3  ส่วนต้องเชื่อมโยงกัน เพราะสิ่งที่มีความใหม่แต่ไม่มีผู้ใช้ หรือสิ่งที่นำไปใช้แล้วแต่ไม่ได้สร้างความแตกต่างจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ อาจยังไม่ถือเป็นนวัตกรรมที่ชัดเจน

 

ทำไมนวัตกรรมจึงสำคัญต่อองค์กร

นวัตกรรมสำคัญต่อองค์กร เพราะช่วยให้องค์กรตอบสนองต่อปัญหา ความต้องการ และการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างคุณค่าใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และค้นหาโอกาสในการเติบโตในอนาคต

 

องค์กรในปัจจุบันต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเทคโนโลยี พฤติกรรมลูกค้า คู่แข่ง กฎระเบียบ สังคม สิ่งแวดล้อม และรูปแบบการทำงาน หากองค์กรยังใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกระบวนการเดิมโดยไม่พัฒนาเลย ความสำเร็จในอดีตอาจไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดในอนาคต

นวัตกรรมสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรได้หลายด้าน เช่น

  • แก้ปัญหาและ Pain Point ของลูกค้าและผู้ใช้บริการ
  • ลดระยะเวลา ขั้นตอน และความซ้ำซ้อนในการทำงาน
  • ลดต้นทุน ของเสีย และความผิดพลาด
  • เพิ่มคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะดวก
  • สร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และแหล่งรายได้ใหม่
  • เพิ่มความแตกต่างจากคู่แข่ง
  • เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร
  • ช่วยให้องค์กรปรับตัวต่อความไม่แน่นอนได้ดีขึ้น
  • สร้างคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

และอีกมากมาย

 

อย่างไรก็ตาม การสร้างนวัตกรรมไม่ควรเริ่มจากความต้องการ “มีนวัตกรรมเหมือนองค์กรอื่น” แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า องค์กรกำลังเผชิญปัญหาอะไร ต้องการสร้างคุณค่าให้ใคร และนวัตกรรมจะสนับสนุนทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กรอย่างไร  เพื่อตอบโจทย์และแก้ Pain Point ให้กับลูกค้าได้

 

 

องค์ประกอบของนวัตกรรมมีอะไรบ้าง

องค์ประกอบของนวัตกรรมมีอะไรบ้าง สามารถอธิบายได้ด้วย VIN model for Innovation ซึ่งคิดและพัฒนาโดยอาจารย์เก๋เองค่ะ  โดยนวัตกรรมควรมีองค์ประกอบสำคัญอย่างน้อย 3ประการ ได้แก่ คุณค่า - สร้างคุณค่าที่อธิบายหรือวัดผลได้  เป็นไอเดียสร้างสรรค์- ตอบโจทย์ปัญหาหรือความต้องการ สามารถนำไปใช้จริง  และมีความใหม่หรือแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ค่ะ  มาดูองค์ประกอบทีละส่วนกันนะคะ

 

 

1. คุณค่าของนวัตกรรมคืออะไร

คุณค่าของนวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นรายได้หรือกำไรเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้หลายมิติ

 

 

ผู้ได้รับคุณค่า

ตัวอย่างคุณค่าที่เกิดขึ้น

ลูกค้า

สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น

องค์กร

ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ

พนักงาน

ลดงานซ้ำ ลดความผิดพลาด ลดภาระงาน

คู่ค้า

แลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกันง่ายขึ้น

สังคม

เพิ่มการเข้าถึง ลดความเหลื่อมล้ำ

สิ่งแวดล้อม

ลดของเสีย พลังงาน และการปล่อยคาร์บอน

ก่อนเรียกโครงการใดว่าเป็นนวัตกรรม องค์กรจึงควรตอบให้ได้ว่าสิ่งนี้แตกต่างจากเดิมอย่างไร นำไปใช้กับใคร และสร้างคุณค่าอะไร

 

 

2. ไอเดียนวัตกรรมมีกี่ประเภท

การแบ่งประเภทนวัตกรรมมีหลายกรอบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ ในทางปฏิบัติ องค์กรสามารถแบ่งพื้นที่ของนวัตกรรมให้ละเอียดขึ้นได้ดังนี้  เช่น

ประเภทของนวัตกรรม

ความหมาย

ตัวอย่าง

Product Innovation

ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือได้รับการพัฒนา

บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุสินค้า

Service Innovation

บริการหรือประสบการณ์บริการใหม่

ระบบนัดหมายและติดตามสถานะออนไลน์

Process Innovation

กระบวนการทำงานที่ดีขึ้น

ระบบอนุมัติเอกสารอัตโนมัติ

Business Model Innovation

วิธีสร้าง ส่งมอบ และรับคุณค่ารูปแบบใหม่

บริการแบบสมาชิก

 

ไม่มีความจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องทำนวัตกรรมทุกประเภทพร้อมกัน องค์กรควรเลือกประเภทที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ ปัญหา โอกาส และความสามารถของตนเอง

 

3. ความใหม่หรือความแตกต่างของนวัตกรรมคืออะไร

ความใหม่ของนวัตกรรมไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลก แต่อาจพิจารณาได้หลายระดับ เช่น

  • ใหม่สำหรับทีมงานหรือหน่วยงาน
  • ใหม่สำหรับองค์กร
  • ใหม่สำหรับลูกค้าหรือตลาดเป้าหมาย
  • ใหม่สำหรับอุตสาหกรรม
  • ใหม่ในระดับประเทศ
  • ใหม่ในระดับโลก

นวัตกรรมขั้นต่ำต้องแตกต่างจากผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการเดิมขององค์กร  และความแตกต่างนั้นต้องเกี่ยวข้องกับประโยชน์ขององค์กรหรือผู้ใช้

 

กระบวนการพัฒนานวัตกรรมในองค์กรมีขั้นตอนอะไรบ้าง

กระบวนการพัฒนานวัตกรรมเริ่มจากการทำความเข้าใจบริบทและผู้ใช้ ระบุปัญหาหรือโอกาส กำหนดโจทย์ สร้างและคัดเลือกแนวคิด พัฒนาต้นแบบ ทดลอง นำไปใช้จริง และวัดผลเพื่อปรับปรุงหรือขยายผล

อาจารย์เก๋สรุปแนวทางพัฒนานวัตกรรมในองค์กรเป็น 5ขั้นตอนสั้นๆดังนี้

 

ขั้นตอนที่ 1 สำรวจบริบทและโอกาส และค้นหาปัญหาและความต้องการที่แท้จริง

ในขั้นตอนนี้ มี 2 ส่วนที่สำคัญใหญ่ๆ 2 ส่วนคือ

-ศึกษาแนวโน้ม เทคโนโลยี กฎระเบียบ คู่แข่ง ความต้องการของลูกค้า และความเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลต่อองค์กร เครื่องมือที่ใช้ได้ เช่น PESTEL Analysis, Trend Analysis, Scenario Planning และ Stakeholder Analysis

-เก็บข้อมูลจากผู้ใช้ ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แยกอาการของปัญหาออกจากสาเหตุ ไม่ควรรีบกำหนดคำตอบก่อนเข้าใจสถานการณ์จริง

 

ขั้นตอนที่ 2กำหนดโจทย์นวัตกรรม

โจทย์ที่ดีควรระบุว่า ต้องการแก้ปัญหาให้ใคร ปัญหาคืออะไร และต้องการสร้างผลลัพธ์ใด ตัวอย่างเช่น

เราจะลดเวลารอรับบริการของลูกค้า โดยไม่เพิ่มจำนวนพนักงานและยังรักษาคุณภาพการให้บริการได้อย่างไร

 

ขั้นตอนที่ 3 สร้างแนวคิดทางเลือกไอเดียใหม่ๆ

เปิดโอกาสให้ทีมคิดแนวทางใหม่ๆให้หลากหลายก่อนตัดสินใจ เครื่องมือที่ใช้ได้ เช่น Brainstorming, Brainwriting, SCAMPER, TRIZ, Attribute Listing และ What If Analysis ดูเครื่องมือคิดสร้างสรรค์ กดที่นี่

จากนั้นคัดเลือกแนวคิด พิจารณาอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่

  • ความต้องการของผู้ใช้ (Desirability)
  • ความเป็นไปได้ในการดำเนินการ (Feasibility)
  • ความเหมาะสมและความคุ้มค่าต่อองค์กร (Viability)

อาจเพิ่มเกณฑ์ด้านความสอดคล้องกับกลยุทธ์ ความเสี่ยง ทรัพยากร และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

 

ขั้นตอนที่ 4  สร้างต้นแบบและทดลอง

สร้างสิ่งที่ผู้ใช้สามารถมองเห็น ทดลอง หรือให้ข้อเสนอแนะได้ เช่น ภาพร่าง Storyboard แบบจำลอง หน้าจอทดลอง กระบวนการจำลอง หรือโครงการนำร่องเป้าหมายของต้นแบบไม่ใช่การทำให้สมบูรณ์ทันที แต่คือการเรียนรู้ให้เร็วและลดความเสี่ยงก่อนลงทุนเต็มรูปแบบ

 

ขั้นตอนที่ 5  นำไปใช้จริงและวัดผล เรียนรู้ และขยายผล

กำหนดเจ้าของโครงการ งบประมาณ ทรัพยากร ผู้เกี่ยวข้อง แผนบริหารความเสี่ยง วิธีสื่อสาร และแนวทางเตรียมความพร้อมของผู้ใช้  เสร็จแล้ว วัดทั้งผลลัพธ์และสิ่งที่ทีมได้เรียนรู้ ถอดบทเรียนออกมา (Lesson Lern) แล้วตัดสินใจว่าจะปรับปรุง ทดลองต่อ หยุดโครงการ หรือนำไปขยายผล

 

 

 

 

Checklist ก่อนเริ่มโครงการนวัตกรรม   ตัวอย่างเช่น

  • โครงการเชื่อมโยงกับกลยุทธ์หรือเป้าหมายขององค์กร
  • ระบุกลุ่มผู้ใช้หรือผู้ได้รับผลกระทบชัดเจน
  • มีข้อมูลยืนยันว่าปัญหาหรือโอกาสนั้นมีอยู่จริง
  • กำหนดคุณค่าที่ต้องการสร้าง
  • มีผู้บริหารหรือผู้สนับสนุนโครงการ
  • มีเจ้าของโครงการและทีมรับผิดชอบ
  • มีเกณฑ์คัดเลือกแนวคิด
  • มีแผนทดลองกับผู้ใช้จริง
  • มีตัวชี้วัดความสำเร็จ
  • มีแนวทางนำผลทดลองไปใช้หรือขยายผล

 

 

เครื่องมือพัฒนานวัตกรรมมีอะไรบ้าง

เครื่องมือพัฒนานวัตกรรมควรเลือกตามวัตถุประสงค์และขั้นตอนของงาน เช่น เครื่องมือวิเคราะห์บริบท เครื่องมือเข้าใจผู้ใช้ เครื่องมือค้นหาสาเหตุ เครื่องมือสร้างแนวคิด เครื่องมือออกแบบคุณค่า และเครื่องมือทดลองแนวคิด  ตัวอย่างเครื่องมือในการพัฒนานวัตกรรม เช่น

 

วัตถุประสงค์

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์บริบท

PESTEL, Trend Analysis, Scenario Planning

วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

Stakeholder Mapping, Power–Interest Matrix

เข้าใจลูกค้า

Interview, Observation, Empathy Map, Customer Journey

วิเคราะห์ปัญหา

5W1H, 5 Whys, Fishbone Diagram, Systems Mapping

สร้างแนวคิด

Brainstorming, Brainwriting, SCAMPER, TRIZ

ออกแบบคุณค่า

Value Proposition Canvas, Business Model Canvas

คัดเลือกแนวคิด

Impact–Effort Matrix, Desirability–Feasibility–Viability

ทดลอง

Prototype, Minimum Viable Product, Pilot Test

บริหารโครงการ

Stage-Gate, Agile, Innovation Portfolio

วัดผล

Innovation KPI, Learning Metrics, Value Metrics

 

จากประสบการณ์ของอาจารย์เก๋ เครื่องมือไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป เครื่องมือที่ดีต้องช่วยให้ทีมตั้งคำถาม เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และตัดสินใจได้ดีขึ้น

หลายองค์กรเริ่มด้วยการระดมสมอง ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ผลลัพธ์จึงกลายเป็นไอเดียจำนวนมากที่ไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ การเลือกเครื่องมือจึงต้องดูว่า ขณะนั้นทีมต้องการ “เข้าใจปัญหา” “สร้างทางเลือก” “ทดสอบสมมติฐาน” หรือ “นำไปใช้จริง”

 

 

ระบบสนับสนุนนวัตกรรมในองค์กรควรมีอะไรบ้าง

ระบบสนับสนุนนวัตกรรมควรเชื่อมโยงทิศทางขององค์กร ภาวะผู้นำ วัฒนธรรม บุคลากร กระบวนการ ทรัพยากร ความรู้ ความร่วมมือ การวัดผล และการปรับปรุง เพื่อให้นวัตกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ขึ้นอยู่กับกิจกรรมหรือบุคคลเพียงบางคน

การพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบต้องมีองค์ประกอบสนับสนุนมากกว่าการจัดอบรมหรือประกวดไอเดีย ได้แก่

  1. ทิศทางและเจตจำนงด้านนวัตกรรมองค์กรต้องรู้ว่าต้องการใช้นวัตกรรมสร้างคุณค่าในด้านใด
  2. บทบาทของผู้นำผู้นำต้องสนับสนุนการทดลอง ตัดสินใจ และจัดสรรทรัพยากร
  3. วัฒนธรรมการเรียนรู้บุคลากรควรกล้าตั้งคำถาม แลกเปลี่ยน และเรียนรู้จากการทดลอง
  4. ความสามารถของบุคลากรทีมต้องมีทั้งทักษะการคิด การเข้าใจผู้ใช้ การทดลอง และการบริหารโครงการ
  5. กระบวนการบริหารโอกาสและโครงการต้องมีช่องทางรับ คัดเลือก ทดลอง และติดตามแนวคิด
  6. ทรัพยากรและงบประมาณมีเวลา งบประมาณ ข้อมูล เทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม
  7. การจัดการความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาเก็บบทเรียนและพิจารณาการคุ้มครองหรือใช้ประโยชน์จากผลงาน
  8. ความร่วมมือภายในและภายนอกเชื่อมโยงลูกค้า คู่ค้า มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตร
  9. การวัดผลและการปรับปรุงวัดทั้งปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์ คุณค่า และการเรียนรู้

ISO 56001:2024 กำหนดข้อกำหนดและแนวทางสำหรับการจัดตั้ง นำไปใช้ รักษา และปรับปรุงระบบการจัดการนวัตกรรม เพื่อช่วยให้องค์กรบริหารนวัตกรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยสามารถประยุกต์ใช้กับองค์กรทุกประเภทและทุกขนาด

 

 

ข้อดีของการพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบคืออะไร

การพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการทำกิจกรรมเป็นครั้งคราว  ไปสู่การบริหารโอกาส การทดลอง และการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาคนเพียงบางคน และช่วยให้การลงทุนด้านนวัตกรรมสอดคล้องกับกลยุทธ์มากขึ้น

ข้อดีที่สำคัญ ได้แก่

  • คัดเลือกโครงการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ได้ดีขึ้น
  • ลดการใช้ทรัพยากรกับไอเดียที่ไม่ตอบโจทย์
  • ช่วยให้ทีมทดลองและเรียนรู้ก่อนลงทุนขนาดใหญ่
  • กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบได้ชัดเจน
  • เชื่อมการทำงานระหว่างหน่วยงาน
  • สร้างฐานความรู้จากบทเรียนของแต่ละโครงการ
  • บริหารความเสี่ยงและความไม่แน่นอนได้ดีขึ้น
  • สร้างผลงานที่ต่อเนื่องมากกว่าการจัดกิจกรรมชั่วคราว
  • วัดคุณค่าและผลกระทบของนวัตกรรมได้ชัดขึ้น

ระบบไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างขั้นตอนหรือเอกสารเพิ่มโดยไม่จำเป็น แต่ควรช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้ดีขึ้น เรียนรู้เร็วขึ้น และนำผลงานไปใช้ได้จริง

 

ข้อจำกัดของการพัฒนานวัตกรรมมีอะไรบ้าง

การพัฒนานวัตกรรมมีข้อจำกัดจากความไม่แน่นอน ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ทรัพยากร ความเสี่ยง และการยอมรับของผู้ใช้ จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกไอเดียหรือทุกโครงการจะประสบความสำเร็จ

ข้อจำกัดที่พบบ่อย ได้แก่

  • ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าว่าผู้ใช้หรือลูกค้าจะยอมรับหรือไม่
  • การทดลองต้องใช้เวลา งบประมาณ และบุคลากร
  • เทคโนโลยีอาจทำได้ แต่ไม่คุ้มค่าหรือไม่เหมาะกับผู้ใช้
  • อาจมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย มาตรฐาน จริยธรรม และข้อมูล
  • พนักงานอาจต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
  • ผู้บริหารอาจคาดหวังผลตอบแทนเร็วเกินไป
  • การวัดคุณค่าบางด้านอาจต้องใช้เวลา
  • ผลลัพธ์อาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจ

เป็นต้น

 

 

ตัวอย่างนวัตกรรมในองค์กรมีอะไรบ้าง

ตัวอย่างนวัตกรรมในองค์กรอาจเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการรูปแบบใหม่ ระบบบริการตนเอง กระบวนการอนุมัติที่ลดขั้นตอน โมเดลรายได้แบบสมาชิก ระบบติดตามงานแบบเรียลไทม์ หรือวิธีทำงานร่วมกันที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ได้ดีขึ้น อาจารย์เก๋ขอยกตัวอย่างนวัตกรรมที่ผ่านมา แบบง่ายๆ และเกิดขึ้นจริงเป็นตัวอย่างนะคะ

 

ตัวอย่างที่พบได้ในองค์กร ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆที่แก้ปัญหา และสร้างคุณค่าให้ลูกค้า
  • ระบบจองคิวและติดตามสถานะบริการผ่านช่องทางออนไลน์
  • กระบวนการอนุมัติที่ลดการส่งเอกสารซ้ำ
  • ระบบแจ้งเตือนความผิดปกติในกระบวนการผลิต
  • บรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุน้อยลงแต่รักษาคุณภาพสินค้าได้
  • บริการแบบสมาชิกแทนการขายเป็นครั้ง
  • ระบบฐานความรู้ที่ช่วยให้พนักงานค้นหาคำตอบได้เร็วขึ้น
  • การออกแบบ Customer Journey ใหม่เพื่อลดจุดที่ลูกค้าสับสน
  • การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ทีมข้ามสายงานที่มีอำนาจตัดสินใจและทดลองได้รวดเร็วขึ้น

เป็นต้น

การซื้อระบบหรือเทคโนโลยีที่องค์กรอื่นใช้กันอยู่แล้ว อาจถือเป็นนวัตกรรมสำหรับองค์กรได้ หากสิ่งนั้นแตกต่างจากกระบวนการเดิมขององค์กร และถูกนำมาใช้จนเกิดคุณค่าจริง เพราะระดับความใหม่สามารถพิจารณาโดยเทียบกับสิ่งที่องค์กรเคยมี ไม่จำเป็นต้องใหม่ของโลกเสมอไป

 

 

กรณีศึกษาจากประสบการณ์ของอาจารย์เก๋มีอะไรบ้าง

จากประสบการณ์ของอาจารย์เก๋ โครงการนวัตกรรมที่มีโอกาสเกิดผลมักเริ่มจากปัญหาจริง มีเจ้าของปัญหาและผู้ใช้เข้าร่วม ทดลองในขนาดที่เหมาะสม และมีผู้รับผิดชอบหลังจบกิจกรรม ส่วนโครงการที่หยุดชะงักมักมีเพียงการประกวดไอเดียแต่ไม่มีระบบสนับสนุนการทดลอง

 

กรณีที่ 1 การลดเวลาการทำงาน

บางทีมเริ่มต้นด้วยโจทย์ว่า “อยากทำงานให้เร็วขึ้น” แต่เมื่อวิเคราะห์ Customer Journey, SIPOC และขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด พบว่ามีการตรวจข้อมูลซ้ำและส่งต่องานหลายครั้ง

ทีมจึงออกแบบกระบวนการใหม่ ลดจุดส่งต่อ ทดลองใช้แบบฟอร์มกลาง และกำหนดข้อมูลที่ต้องตรวจให้ชัดเจน ตัวชี้วัดจึงไม่ใช่จำนวนไอเดีย แต่เป็นเวลาที่ลดลง จำนวนข้อผิดพลาด และความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง

 

กรณีที่ 2 การพัฒนาบริการใหม่

ทีมบริการแห่งหนึ่งเข้าใจในตอนแรกว่า ลูกค้าไม่พึงพอใจเพราะคุณภาพของบริการหลัก แต่เมื่อสัมภาษณ์และสังเกตผู้ใช้กลับพบว่า ปัญหาสำคัญคือ ลูกค้าไม่ทราบขั้นตอน ระยะเวลา และสถานะของงาน    ทีมจึงออกแบบการสื่อสารและระบบติดตามสถานะใหม่ นวัตกรรมในกรณีนี้ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจากการเข้าใจประสบการณ์ของลูกค้า

 

กรณีที่ 3 การสร้างนวัตกรรมจากงานประจำ

พนักงานจำนวนหนึ่งคิดว่านวัตกรรมเป็นหน้าที่ของฝ่ายวิจัยและพัฒนา อาจารย์เก๋จึงชวนทีมพิจารณาปัญหาที่เกิดซ้ำ งานที่ใช้เวลามาก ข้อร้องเรียน ความสูญเสีย และโอกาสในการปรับปรุง

เมื่อทีมมองเห็นปัญหาอย่างเป็นระบบ จึงพบว่า งานประจำสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของ Process Innovation, Service Innovation หรือ Customer Experience Innovation ได้

บทเรียนสำคัญคือ การอบรมช่วยเปิดมุมมองและสร้างทักษะ แต่ถ้าองค์กรต้องการให้ผลงานเกิดขึ้นจริง ต้องมีเจ้าของโครงการ งบประมาณทดลอง กระบวนการติดตาม Innovation Coach หรือ Mentor และการสนับสนุนจากผู้บริหารหลังการอบรมด้วย  (อ่านบทความและเรื่องเกี่ยวกับ Innovation Coach กดที่นี่)

 

 

ข้อผิดพลาดในการพัฒนานวัตกรรมที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเริ่มจากไอเดียโดยไม่เข้าใจปัญหา มองว่านวัตกรรมต้องเป็นเทคโนโลยี ตั้งโจทย์กว้างเกินไป ไม่ทดลองกับผู้ใช้ วัดผลเพียงจำนวนไอเดีย และไม่มีผู้รับผิดชอบนำผลงานไปใช้หลังจบโครงการ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง ได้แก่

  1. เรียกทุกการเปลี่ยนแปลงว่านวัตกรรม
  2. คิดว่านวัตกรรมต้องใหม่ระดับโลก
  3. เริ่มจากเทคโนโลยีแทนการเริ่มจากปัญหา
  4. รีบสร้าง Solution ก่อนเข้าใจผู้ใช้
  5. ระดมสมองโดยไม่มีโจทย์ที่ชัดเจน
  6. ประกวดไอเดียแต่ไม่มีงบประมาณทดลอง
  7. เลือกโครงการจากความชอบของผู้บริหารเพียงอย่างเดียว
  8. กลัวความผิดพลาดจนไม่กล้าทดลอง
  9. ทดลองโดยไม่มีสมมติฐานและเกณฑ์วัดผล
  10. วัดความสำเร็จจากจำนวนไอเดียเท่านั้น
  11. ไม่มีเจ้าของโครงการหลังจบกิจกรรม
  12. ทำโครงการจำนวนมากเกินทรัพยากรที่มี
  13. ละเลยการทำความเข้าใจปัญหาและ Pain Point ของลูกค้าก่อนพัฒนา

เป็นต้น

 

จากประสบการณ์ในการเป็น Innovation Organization Assessor อาจารย์เก๋พบว่า การพิจารณาความเป็นองค์กรนวัตกรรมไม่ควรดูเฉพาะจำนวนผลงาน แต่ต้องดูตั้งแต่ทิศทาง ภาวะผู้นำ บุคลากร กระบวนการ ทรัพยากรความรู้ ความร่วมมือ ไปจนถึงผลลัพธ์และการนำบทเรียนมาปรับปรุงองค์กรด้วยค่ะ

 

 

สรุปแนวทางการพัฒนานวัตกรรมในองค์กรอย่างเป็นระบบ

นวัตกรรมไม่ใช่เพียงการคิดสิ่งใหม่ แต่คือการเปลี่ยนความคิดให้เป็นผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ หรือวิธีการที่ถูกนำไปใช้และสร้างคุณค่า การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องจึงต้องมีทั้งคน กระบวนการ ทรัพยากร ภาวะผู้นำ วัฒนธรรม และระบบสนับสนุนที่เหมาะสม

อาจารย์เก๋ขอสรุปอีกครั้งว่า

นวัตกรรม = การสร้างคุณค่า+ความคิดสร้างสรรค์ + ความใหม่หรือความแตกต่าง

นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย และไม่จำเป็นต้องใหม่ระดับโลก แต่ต้องตอบให้ได้ว่า

  • สิ่งที่พัฒนาขึ้นแตกต่างจากเดิมอย่างไร
  • ต้องการแก้ปัญหาให้ใคร
  • มีการนำไปทดลองหรือใช้จริงหรือยัง
  • สร้างคุณค่าอะไร
  • มีข้อมูลหรือผลลัพธ์ใดยืนยัน
  • องค์กรจะนำบทเรียนไปปรับปรุงหรือขยายผลอย่างไร

 

 

สนใจพัฒนานวัตกรรมในองค์กรอย่างเป็นระบบ

หากองค์กรต้องการพัฒนาทักษะ กระบวนการ หรือระบบบริหารจัดการนวัตกรรม อาจารย์เก๋ ศศิมา สุขสว่าง ให้บริการอบรม สัมมนา โค้ช และให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหาร หัวหน้างาน ทีมพัฒนานวัตกรรม และบุคลากรในองค์กร เช่น

  • หลักสูตร Creative Thinking and Innovation Development
  • หลักสูตร Design Thinking for Innovation Development
  • หลักสูตร Innovation Mindset
  • หลักสูตร Innovation Management for Leaders
  • หลักสูตร Innovation Coaching for Leaders
  • การพัฒนา Innovation Culture
  • การจัดทำ Innovation Strategy, Roadmap และ Innovation KPI
  • การพัฒนาองค์กรนวัตกรรม
  • การให้คำปรึกษาระบบบริหารจัดการนวัตกรรมตาม ISO 56001  เบื้องต้นสำหรับองค์กรที่จะจัดทำ
  • สามารถ Customize หลักสูตรด้านการพัฒนานวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการขององค์กรได้

สามารถศึกษารายละเอียดบทความและหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่www.sasimasuk.com หรือติดต่ออาจารย์เก๋และบริษัท HCD Innovation Co., Ltd. เพื่อออกแบบแนวทางการพัฒนานวัตกรรมให้เหมาะกับบริบท เป้าหมาย และความพร้อมของแต่ละองค์กร

 

.................

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

อาจารย์เก๋ ศศิมา สุขสว่าง เป็นวิทยากร ที่ปรึกษา และ Innovation Coach ด้านการพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาองค์กร มีประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การให้คำปรึกษา และการฝึกอบรมองค์กรมากกว่า 25 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชซีดี อินโนเวชั่น จำกัด (HCD Innovation Co., Ltd.) และเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ www.sasimasuk.com ซึ่งเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้าน Innovation, Design Thinking, Systems Thinking,  Innovation Management และการพัฒนาศักยภาพองค์กร พร้อมทั้งเป็นผู้ประเมินองค์กรนวัตกรรม (IOM Assessor)  ถ่ายทอดความรู้ผ่านการอบรม การให้คำปรึกษา บทความ และคอร์สออนไลน์ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

สนใจอบรม สัมมนา หรือที่ปรึกษาด้านนวัตกรรม

หากองค์กรของท่านกำลังมองหาวิทยากรหรือที่ปรึกษาด้าน Innovation, Innovation Management, Design Thinking, Systems Thinking, Strategic Thinking, Problem Solving และการพัฒนาองค์กร อาจารย์เก๋ยินดีให้คำปรึกษาและออกแบบหลักสูตรให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง 

 

อ.ศศิมา สุขสว่าง (เก๋)อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง -อ.เก๋

บริษัทเอชซีดี อินโนเวชั่น จำกัด

Email : sasimasuk.com@gmail.com

Line ID : sasimasuk.com หรือเบอร์โทร. 0815609994 

Website: http://www.sasimasuk.com/  

FB: https://www.facebook.com/CreativetoInnovation/

Tel:  081-5609994

Youtube: https://www.youtube.com/innoinninecreativetoinnovation  

 

ติดตามบทความ เทคนิค เครื่องมือ และกรณีศึกษาด้านนวัตกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.sasimasuk.com ซึ่งอัปเดตเนื้อหาใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรและบุคลากรสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สร้างนวัตกรรม และยกระดับศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

Visitors: 467,537