Fixed Mindset กับ Growth Mindset กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม โดย ศศิมา สุขสว่าง

ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็น Growth Mindset อย่างหนึ่ง เป็นอีกความจำเป็นที่ช่วยองค์กรแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และช่วยในการสร้างโอกาสและมูลค่าทางธุรกิจของบริษัทให้เติบโตด้วย บริษัทที่มีการพัฒนาพนักงานให้มีความคิดอย่างต่อเนื่อง จะสามารถทำให้พนักงานมีแนวทางใหม่ๆในการทำงาน แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมองปัญหาเป็นสิ่งท้าทายความสามารถ ท้าทายความคิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ Growth Mindset ซึ่งสามารถทำให้องค์กรมีความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

   

ปัญหาของบุคคลากรแบบ Fixed Mindset ต่อการพัฒนานวัตกรรม

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีปัญหาในองค์กร  และส่งผลต่อการเติบโตขององค์กร ก็คือ

1. คนทำงานไม่กล้านำเสนอสิ่งใหม่ๆ เพราะ ไม่แน่ใจในความคิดที่นำเสนอ หาหลักการหรือวิธีการมาสนับสนุนแนวคิดใหม่ได้ หรือไม่มีวิธีการในการคิดอย่างระบบ หรือคิดสร้างสรรค์

2. คนทำงานไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองและเพื่อนร่วมงาน เพราะความคิด ความเชื่อ และประสบการณ์ในอดีต

3. คนทำงานหลีกเลี่ยงความท้ายทาย ชอบตั้งคำถามไม่สร้างสรรค์ 

4. คนคิดว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการใหม่ๆ หรือนวัตกรรมเป็นเรื่องยาก เรื่องไกลตัว และไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง  เป็นต้น

 

จากสาเหตุดังกล่าวด้านบน เราเรียกว่า "Fixed mindset" คือ "ทัศนคติแบบดังเดิม หรือยึดติด อยู่ในกรอบเดิมๆ หลายๆปัญหาเหล่านี้ ทำให้องค์กรมีอัตราการเติบโตอย่างช้าๆ และไม่ต่อเนื่อง"

 

หลายที่ละเลยการพัฒนาบุคคลากรทำงานทั่วไป ไม่มีนำเครื่องมือและวิธีการใหม่ไปพัฒนากระบวนการคิด เพื่อสร้างทักษะการคิดให้กับคนทำงานเลย หรือบางครั้งมีการพัฒนา แต่เลือกที่จะพัฒนาเฉพาะกลุ่มดาวเด่น หรือคนที่มีผลงานดีอยู่แล้ว แต่สำหรับบุคคลากรทำงานทั่วไปที่อยู่หน้างาน ซึ่งบางครั้งสัมผัสกับกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด ไม่มีการพัฒนาทักษะการแก้ไขปัญหาและการคิดอย่างต่อเนื่อง ต้องรอให้หัวหน้างานหรือผู้บริหารเข้ามาแก้ไขปัญหา ทั้งๆที่คนที่อยู่หน้างานจะเป็นคนรู้รายละเอียดได้เป็นอย่างดี

 

แล้วจะทำอย่างไร ให้กลายเป็นทัศนคติแบบตรงกันข้าม หรือที่เรียกว่า "Growth Mindset" หรือทัศนคติและแนวคิดแบบยืดหยุ่นและเติบโตพัฒนาต่อไปข้างหน้า เชื่อในศักยภาพของคน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดประสิทธิภาพเป็นอย่างดี การพัฒนาระบบการคิด รวมทั้งการให้เครื่องมือและวิธีการ เพื่อช่วยให้สามารถคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์แก่บุคคลากรจึงเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้องค์กรก้าวเดินได้อย่างมั่นคง และได้ตามเป้าหมาย

 

ลักษณะของ Growth Mindset เช่น

1. คนทำงานกล้าออกจาก comfort zone ตั้งใจเรียนรู้สิ่งใหม่ และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

2.  คนทำงาน มองเห็นศักยภาพ ของทีมงาน หัวหน้า และองค์กร เปิดใจ แลกเปลี่ยนและเชื่อมั่นในทีม ในการแก้ปัญหา และค้นคว้า เพื่อเสนอแนวทางใหม่ๆให้กับองค์กร

3. กล้ายอมรับความล้มเหลวอย่างเปิดใจ ว่าเป็น สิ่งที่ให้บทเรียนรู้และแนวการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

 

เวลาที่เก๋เข้าไปเป็นวิทยากรและเป็นโค้ชตัวต่อตัว (One on one coaching) นั้น จะมีหลายเครื่องมือ ที่มาใช้ ในการพัฒนาบุคคลากรโดยการพัฒนา Growth mindset ของบุคคลากรให้ค่อยๆโต ขึ้นเรื่อย จนเบียดเจ้า Fixed mindset ลดลงไป  

 

สรุป

"Fixed Mindset" คือ "ทัศนคติแบบดังเดิม หรือยึดติด อยู่ในกรอบเดิมๆ หลายๆปัญหาเหล่านี้ ทำให้องค์กรมีอัตราการเติบโตอย่างช้าๆ และไม่ต่อเนื่อง การกลัวการเปลี่ยนแปลงความล้มเหลว ไม่กล้าคิดสิ่งใหม่ๆ หรือไม่กล้าออกจาก comfort zone" เป็นต้น

"Growth Mindset" หรือทัศนคติและแนวคิดแบบยืดหยุ่นและเติบโตพัฒนาต่อไปข้างหน้า เชื่อในศักยภาพของคนและทีม และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดประสิทธิภาพเป็นอย่างดี กล้าคิดกล้าเสี่ยงอย่างมีเหตุมีผล คิดเชิงบวก ความล้มเหลวคือการเรียนรู้  เป็นต้น

 

วิธีการปลดล๊อค Fixed Mindset สร้าง Growth Mindset 

เครื่องมือที่สามารถปรับใช้เมื่อต้องพัฒนา Growth Mindset ของพนักงานให้เติบโตต่อไป

1. ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) หาพี่ที่มีประสบการณ์ และทัศนคติที่เป็นบวกทั้งต่อตนเองและต่อองค์กร เป็นพี่เลี้ยงให้กับน้องๆหรือพนักงานในกลุ่มที่ต้องการพัฒนา 

 

2. การโค้ช (Coaching) การโค้ชเพื่อพัฒนาบุคคลากรเพื่อให้คนสามารถพัฒนาตนเองเติบโตขึ้นได้ด้วยความสามารถของเขาเอง หัวหน้าเปิดใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกน้อง และใช้ทักษะการโค้ช เช่น คำถามปลายเปิดเพื่อ brain storming ให้ได้ความคิดใหม่ๆ , การ Rapport เพื่อสร้างความไว้วางใจและ engagement กับลูกน้อง , การฟังอย่างลึกซึ้ง เพื่อ ให้ได้ยินเสียงที่ไม่ได้พูด, การ feedback ที่มีคุณภาพให้เกิดการพัฒนาตัวเอง  และการสร้างแรงบันดาลใจด้วย Story telling เป็นต้น (อ่านเรื่อง Coaching at work กดที่นี่)

 

3. Appreciative Inquiry (AI) การหาสิ่งดีๆรอบตัว เพื่อสร้างพลังเชิงบวก วงจร AI จะเริ่มจากการค้นหาประสบการณ์ที่ดีที่สุด (Peak Experience) จากนั้นเอาประสบการณ์ที่ได้ไปสานต่อเป็นความฝัน หรือวิสัยทัศน์ (Dream) วางแผนทำให้วิสัยทัศน์เป็นจริง (Design) และเริ่มต้นทำ (Destiny) ศาสตร์ด้านนี้เก๋ได้รับถ่ายทอดจากอ.ดร. ภิญโญ รัตนาพันธุ์  ซึ่งเป็นอาจารย์และผู้ก่อตั้ง AI Thailand และได้นำมาใช้ประกอบกับการพัฒนาตัวเอง บุคคลากร รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมด้วยค่ะ

 

4. เครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยอำนวยความคิดให้เป็นระบบมากขึ้น ในปัจจุบัน  แนวทางความถนัดในการคิดแบบต่างๆ เช่น Systematic thinking,  analysis thinking, Strategic thinking และ Creative thinking จะมีหลายเครื่องมือ และวิธีการ ที่ใช้พัฒนาบุคคลากรได้ ซึ่งสามารถเพิ่มศักยภาพการคิดอย่างเป็นระบบ  แม้ว่า หลายองค์กรจะมีความแตกต่างกันเรื่องความต่างของวัยทำงาน (Generation Gap) ทั้งในเรื่องของทัศนคติ ความคิด ความเชื่อ และสไตล์การทำงานของแต่ละวัยด้วย  ในแต่ละวัยจะมีสไตล์ความคิดที่แตกต่างกัน แต่สามารถนำสิ่งเหล่านี้มาหลอมรวมกัน เพื่อสร้างการเติบโตทางความคิดและการทำงาน ให้องค์กรได้โดยกระบวนการต่างๆตามข้อ 1-3 

 

หากองค์กรใดมีบุคคลากรที่มี Growth Mindset เป็นอัตราส่วนที่มากกว่า Fixed Mindset จะทำให้โอกาสที่องค์กรสามารถพัฒนาทั้งธุรกิจและนวัตกรรมให้เติบโตอย่างต่อเนื่องจะเป็นจริงได้  ลองใช้วิธีการ ของ ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) Appreciative Inquiry (AI) การหาสิ่งดีๆรอบตัว เพื่อสร้างพลังเชิงบวก , การโค้ชเชิงสติ (Mindfulness Coaching) และเครื่องมือต่างๆเพื่อใช้ในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรนะคะ  ที่สำคัญ ต้องมีการพัฒนาบ่มเพาะและติดตามผลอย่างต่อเนื่องค่ะ 

 ............................................

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

 หลักสูตร  Creative to Innovation : ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (ติดต่อ)
- หลักสูตร Innovative Coaching for Manager (Leader) 2 Days : นวัตกรรมและการโค้ชเชิงนวัตกรรมสำหรับหัวหน้างานและผู้จัดการ (ติดต่อ)

- หลักสูตร Self development and self Coaching for Performance Working : การพัฒนาตัวเองและการโค้ชตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน (ติดต่อ)

- หลักสูตร Mentoring and Coaching Skill for Leader (Manager) : ทักษะการโค้ชและเป็นพี่เลี้ยงสำหรับผู้นำ (หรือผู้จัดการหรือหัวหน้างาน) (ติดต่อ)

.........................................

ติดตามข่าว เรื่องความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และแลกเปลี่ยนเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรม หรือติดต่อวิทยากรอบรม In-House training หลักสูตรความคิดสร้างสรรค์  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรม (Product Development and Innovation) ได้ที่

 

  

 อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง

วิทยากร  ที่ปรึกษา  โค้ช  พัฒนานวัตกรรมและพัฒนาองค์กร

sasimasuk.com@gmail.com  

Line ID : sasimasuk.com

http://www.sasimasuk.com/

FB: Creativity to Innovation : https://www.facebook.com/Creative2Innovation/

โทร .081-5609994

 
Visitors: 20,079