SMART & GROW model สำหรับตั้งเป้าหมายให้เกิดขึ้นจริง โดยศศิมา สุขสว่าง

เริ่มปีใหม่ หลายคนอยากตั้งเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือพัฒนาตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น  วันนี้ เก๋ก็มีเทคนิควิธีการง่ายๆในการตั้งเป้าหมายมาแบ่งปันกันค่ะ

 

การตั้งเป้าหมาย (Goal setting) คือกระบวนการในการตัดสินใจว่า เราต้องการจะทำอะไร และวางแผนที่จะบรรลุผล ตามที่เราต้องการ สำหรับผู้ประกอบการการตั้งเป้าหมายคือส่วนสำคัญของการวางแผนธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตไปได้

 

การตั้งเป้าหมายเป็นกระบวนการแรกในการตั้งหลักให้กับตัวเราเอง และธุรกิจของเราว่า เราจะเดินทางไปทางไหน และจะทำอะไร 

การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน จะช่วยให้เราเห็นว่า เราต้องการจะทำอะไรได้ชัดเจนขึ้น คมขึ้น และสามารถวางแผนการปฏิบัติได้ การทำเป้าหมายให้ชัดเจนนั้น เราสามารถใช้ SMART model ในการมาช่วยในการตั้งเป้าหมายได้ค่ะ

 

S =Specific  เฉพาะเจะจง

เป้าหมายที่ดีควรจะชัดเจนและเฉพาะเจาะจง เห็นภาพความสำเร็จในอนาคตได้ เช่น สุขภาพดี น้ำหนักลดไป 12 กิโลกรัม ต่อ 1 ปี หรือเดือนละ 1 กิโลกรัม  , หรือปีนี้ต้องการเก็บเงินให้ได้ 100,000 บาท เป็นต้น

 

 

M = Measurable สามารถวัดได้

เป้าหมายนั้นต้องท้าทายพอสมควร   หมายความว่า เป้าหมายนั้น ไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป เช่น ตั้งเป้าว่าจะเก็บเงินออมให้ได้ เดือนละ 2,000 บาท ทั้งๆที่พอหักค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เงินเหลือสองพันกว่าบาทอยู่ เป้าหมายนี้ง่ายไป จนไม่กระตือลือล้นที่จะใฝ่หาความรู้ หรือหนทางใหม่ๆในการใช้ความคิดที่จะหารายได้เพิ่ม  

 

แต่เป้าหมายก็ไม่ควรยากมากจนเกินไป เช่น ตั้งเป้าหมายว่า จะเก็บเงินให้ได้ หนึ่งล้านบาทภายใน 1 ปี ทั้งๆที่รายได้ 15,000 บาท และมีหน้าที่และภาระที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง แล้วทำงานพิเศษหารายได้ จนหนักหน่วงก็มีรายได้เพิ่มไม่ถึงเดือนละ 10,000 บาท อย่างนี้ก็จะทำให้หมดไฟ และหมดกำลังใจในการเดินตามเป้าหมายได้

 

A = Attainable  สามารถบรรลุได้

เป้าหมายนั้น สามารถที่จะทำให้บรรลุได้ โดยไม่ยากจนเราท้อถอย หรือไม่ง่ายเกินไปจนไม่ท้าทาย เช่น เราอยากจะลดน้ำหนัก 10 กก.ใน  1 เดือน เป็นสิ่งที่ยากมาก และเราไม่เคยแม้แต่จะลดน้ำหนักได้เลยในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นการตั้งเป้าหมายดังกล่าว จึงยากที่จะบรรลุได้ 

 

 

R = Realistic  อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของคุณ 

เมื่อเราตั้งเป้าหมายว่าจะลดน้ำหนัก แต่เราไม่เคยแม้แต่จะคิดไปออกกำลังกายเลย หรือเรามีปัญหาเรื่องสุขภาพที่ไม่สามารถออกกำลังกายได้ ดังนั้น เป้าหมายดังกล่าวอาจจะไม่สามารถเป็นจริงได้

 

T = Timely มีกำหนดเวลาแน่นอน

เป้าหมายที่ดี ต้องมีกำหนดเวลา เส้นด้ายที่ชัดเชนที่จะบรรลุ

- เป้าหมายที่ดีควรแบ่งเป็นเป้าระยะยาว (1-5 ปี) - เป้าหมายที่ดี ต้องท้าทาย ยากในระดับหนึ่ง แต่ก็สามารถเป็นได้

- เป้าหมายระยะกลาง - เพื่อรีวิวความเป็นไปได้ในของเป้าระยะยาว เพื่อปรับแผน หรือแนวทาง

- เป้าหมายระยะสั้น -เป็นเป้าหมายรายเดือน  และ

- เป้าหมายประจำวัน เป็นกิจกรรมที่จะทำให้เป้าหมายระยะยาวเกิดขึ้น

 

อีกเทคนิคหนึ่งที่อยากแบ่งปันคือ GROW model เป็นเมโดลที่รู้จักกันกว้างขวางในการโค้ชเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 

 

G= Goal เป้าหมาย

ที่เราต้องการจริงๆคืออะไร ค้นหาให้เจอว่าเป้าหมายที่เราต้องการจริงๆคืออะไร เช่น บางคนบอกอยากลดน้ำหนัก 10 กก. หรือบอกว่า อยากสวย เเต่จริงๆ เป้าหมายจริงๆคืออยากสุขภาพดี ซึ่งการลดน้ำหนักอาจจะไม่ใช่เป้าหมายจริงๆ แต่เป็นการที่ร่างกาย Fit and Firm ซึ่งการลดน้ำหนักอาจจะไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญก็ได้

 

R = Reality ปัจจุบัน

เราเป็นอย่างไร ณ ตอนนี้ สถานะเราจากเป้าหมายนี้ห่างกันเท่าไร เราเป็นอย่างไร มองรอบด้านให้ครบทุกมิติ เพื่อจะได้วิเคราะห์สถานการณ์จริงๆได้

 

O = Option วิธีการที่จะทำให้เป้าหมายเป็นจริง

มีวิธีการใดบ้างที่จะทำให้เป้าหมายที่เราต้องนั้นเป็นจริงได้บ้าง คิดวิธีการต่างๆ ออกมาเป็นวิธีที่ 1,2,3,4... 

 

W = Way forward การลงมือทำ

เราจะเลือกวิธีการใดเพื่อจะลงมือทำเพื่อให้เป้าหมายนั้นเป็นจริง  โดยเลือกวิธีการจาก Option ที่เราคิดว่ามีความเป็นไปได้ เป็นจริงได้ และเราอยากทำวิธีนี้เพื่อให้เป้าหมายเกิดขึ้นจริง

 

 

การที่จะทำให้เป้าหมายที่ตั้งเป้าหมายนั้นเป็นไปได้ สิ่งที่ต้องคำนึง คือ 

 

1. รู้ก่อนว่า เป้าหมายที่เราต้องการไปถึง อยู่ตรงไหน  เราอาจจะต้องมีวิสัยทัศน์ หรือภาพสุดท้ายที่เราต้องการเห็น พยายามเขียนออกมาให้สักเป้าหมายหนึ่ง  และเข้าใจด้วยว่า เป้าหมายนั้นมีความหมายหรือคุณค่ามากเพียงใด เพราะจะทำให้เรานั้นมีแรง มีความพยายาม และทุ่มเทเพื่อพิชิตให้ได้ค่ะ

 

2. วางแผนให้ชัดเจน เพื่อท้าทายตัวเองให้ทำให้เกิดขึ้นได้  แผนที่ชัดจะทำให้เรารู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง แม้บางครั้งอาจจะไม่ได้ตามแผน ก็ยังรู้ว่าต้องแก้ไขหรือปรับปรุงอย่างไร เปรียบเทียบ เหมือนเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่ โดยขับรถยนต์ไป ก็อาจจะมี GPS หรือ google map นำทาง และวางแผนคร่าวๆว่า จะเเวะเที่ยวที่ไหนบ้าง พักโรงแรมไหน เป็นต้นค่ะ

 

 

3. หาสิ่งเสริมแรง อะไรที่เราต้องทำ หรือต้องใช้เพื่อให้เป้าหมายนั้นเกิดขึ้น  เช่น รางวัลเล็กๆน้อยๆ ระหว่างทางที่ทำได้ตามเป้าหมายได้สำเร็จ เช่น ในการลดน้ำหนัก อาจจะมี 1 วันในสัปดาห์ที่เป็นวันพัก สามารถทานไอศครีม หรือ บุพเฟ่ต์ ได้บ้าง (แบบไม่หนักหน่วงเกินไป)  เป็นต้น

 

4. คิดถึงภาพสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น  เพื่อจูงใจให้ตัวเองมีกำลังใจในการทำอย่างสม่ำเสมอ เช่น ภาพหุ่นดี หาเสื้อผ้าใส่ได้ง่าย  มีเงินเก็บที่รู้สึกมั่นคง   ภาษาอังกฤษดีพูดคุยกับคนต่างชาติได้ดีขึ้น

 

5. กำหนดจุดเช็คระยะ  ให้เซตจุดเช็คความสำเร็จเป็นระยะ ที่มีทั้ง เส้นตาย และผลที่ต้องเกิดขึ้น 

 

6. มีสติกับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น   ในการไปให้ถึงเป้าหมายนั้น แน่นอนว่า มักจะมีอุปสรรค์เกิดขึ้น ดังนั้น การมีสติ ตั้งรับกับอุปสรรค และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งจำเป็น การฝึกสติบ่อยๆจะช่วยได้มาก บางครั้งเราหลุดจากเป้าหมายไป ให้มีสติ แล้วกลับมาเริ่มต้นใหม่  ไม่ต้องเสียใจ  บางคนหลุดแล้วหลุดยาวเลย แล้วบอกว่า ช่างหัวมัน แล้วทำเป้าหมายไม่ได้

 

7. พักผ่อนบ้าง  บางครั้งที่เรามุ่งมั่นกับเป้าหมายมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดความท้อแท้ และไม่อยากไปต่อ การพักผ่อน เบาๆ การดูแลตัวเอง เพิ่มเสริมแรงใจให้เพิ่มต่อไปค่ะ

 

สำหรับการตั้งเป้าหมายที่แชร์มานั้น เก๋เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันมานานแล้วค่ะ ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เช่น

- เก๋ ได้ทุนเรียนฟรีไปเรียนภาษาเยอรมันและปริญญาโทที่ประเทศเยอรมนี 2 ปีครึ่งจนสำเร็จ   

- การตั้งเป้าหมายในการทำงานที่ต้องการเป็นนักวิจัยพัฒนานวัตกรรม และได้มอบหมายให้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สักแห่งหนึ่ง ได้เป็นผู้จัดการโครงการกว่า 100 ล้านบาท ก่อตั้งศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ และดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการศูนย์กว่า 7 ปี ก่อนออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง

- การพูดได้ 3 ภาษา ไทย อังกฤษ เยอรมันในระดับที่ใช้งานได้ พูด อ่าน เขียน ฟัง ติดต่อสื่อสารได้ 


- การมีบริษัทให้บริการด้านการวิจัยพัฒนา Training Coaching และ Consulting ของตัวเองที่มีรายได้ตามเป้าหมายและสามารถแบ่งปันความรู้ความสามารถได้

- การเลี้ยงดูพ่อแม่ และครอบครัว การมีครอบครัว ที่อบอุ่น  ช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กันและกัน

 - การแบ่งปันความรู้ด้านการพัฒนาองค์กรและนวัตกรรมผ่านบทความ และอีกหลายๆเป้าหมายย่อยๆ อีกหลายอย่าง เป็นต้น


ลองเอาเทคนิคทั้งสองเทคนิคไปใช้ในการตั้งเป้าหมายกันนะคะ 

 

 ....................................... 

ติดตามข่าว เรื่องความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และแลกเปลี่ยนเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรม หรือติดต่อวิทยากรอบรม In-House training หลักสูตรความคิดสร้างสรรค์  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรม (Product Development and Innovation) ได้ที่

อ.ศศิมา สุขสว่าง (เก๋)
วิทยากร ที่ปรึกษา โค้ช ด้านการพัฒนานวัตกรรมและพัฒนาองค์กร

E-mail : sasimasuk.com@gmail.com
Website : www.sasimasuk.com

line ID : sasimasuk.com 
Facebook : https://www.facebook.com/CreativetoInnovation
Tel. : 081-560-9994 (โทรกลับเฉพาะเบอร์มือถือนะคะ)

 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 124,331